หน้าเว็บ

วันพุธที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2555

ม.112 กับ 8 ข้อโต้แย้งสุดฮิตจากคนรักเจ้าอย่างไม่รู้จักพอเพียงในทวีตภพ

ม.112 กับ 8 ข้อโต้แย้งสุดฮิตจากคนรักเจ้าอย่างไม่รู้จักพอเพียงในทวีตภพ



Posted Image

โดย ประวิตร โรจนพฤกษ์
@PravitR


เป็นเวลาประมาณหนึ่งปีแล้วที่ผมได้ใช้เวลาบางส่วนของชีวิตในการทวีตแสดง ความเห็นวิพากษ์ ม.112 หรือกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ เพื่อเปิดพื้นที่การถกเถียงเรื่องนี้ให้กว้างและมีส่วนร่วมมากกว่าสื่อกระแส หลักจะอนุญาต ปรากฎว่าผู้เขียนมักพบกับข้อโต้แย้งและกล่าวหาซ้ำๆ ประมาณ 8 แบบจากบรรดาผู้คนที่รักเจ้าอย่างไม่รู้จักพอเพียงและสนับสนุน ม.112  จึงขอรวบรวมเอามาเผยแพร่พร้อมโต้แย้งและพยายามตีความดังต่อไปนี้
 

1) ทำไมไม่พูดเรื่องปัญหาอื่นบ้าง เช่นคอรัปชั่น แทนที่จะมัวแต่บ่นเรื่อง ม.112 ?

ตอบ: มันเป็นทั้งคำถามและข้อเสนอที่พิสดารเพราะผมไม่เคยไปห้ามมิให้คนอื่นไปสนใจ เรื่องอื่น หรือบังคับให้ใครมาติดตามสิ่งที่ผมแสดงออกในทวีตภพ ใครสนใจเรื่องปัญหาคอรัปชั่นนักการเมืองมากกว่าเรื่องสิทธิเสรีภาพพื้นฐานใน การแสดงออกและการวิพากษ์สถาบันกษัตริย์ก็เชิญตามสะดวก ผมไม่เคยห้าม และคิดว่าเป็นการดี

คำถามเช่นนี้ทำให้นึกถึงสังคมที่ประชาชนถูกบังคับให้ต้องสนใจในเรื่องที่เหมือนๆ กันทุกคน ซึ่งแท้จริงแล้วก็คือสังคมเผด็จการ

การทำเรื่องคอรัปชั่นกับการรณรงค์ต้าน ม.112 สามารถทำไปพร้อมๆ กันได้โดยคนหลากหลายกลุ่มในสังคม ไม่จำเป็นต้องเลือกอันใดอันหนึ่ง เหมือนกับที่เราไม่ต้องเลือกว่าถ้าดื่มน้ำแล้วจะกินข้าวไม่ได้ หรือถ้ากินข้าวแล้วจะดื่มน้ำไม่ได้
 

2) การพูดถึงปัญหา ม.112 ทำให้สังคมแตกแยก

ตอบ: ความแตกต่างไม่ใช่ความแตกแยก แต่การปิดหูปิดตาปิดปากประชาชนอย่างไม่รู้จักพอเพียง การยัดเยียดข้อมูล ‘ดีๆ ’ เกี่ยวกับเจ้าด้านเดียวอย่างไม่รู้จักพอเพียงผ่านสื่อทุกสื่อ พร้อมการจำคุกคนที่วิพากษ์เจ้าหรือใช้คำหยาบคายแสดงความเกลียดชังเจ้า ย่อมทำให้เกิดความแตกแยกอย่างแทบที่จะหลีกเหลี่ยงมิได้ เพราะคนจำนวนหนึ่งถูกกดขี่ไร้สิทธิพื้นฐานในการแสดงความเห็นต่าง ที่เท่าทันต่อสถาบันกษัตริย์
 

3) ยังต้องคง ม.112 ไว้เพราะคนไทยส่วนใหญ่คิดแยกแยะเองไม่เป็นว่าอะไรจริงอะไรเท็จ

ตอบ: หลายคนที่พูดเช่นนี้กับผมอ้างว่าเขาได้อ่านหนังสือต้องห้ามอย่าง The King Never Smiles มาแล้วและเชื่อว่าคนไทยส่วนใหญ่อาจหลงเชื่อ แยกแยะไม่ออก หากมีการเผยแพร่หนังสือเช่นนี้อย่างถูกกฎหมายได้ แต่ผมอดสงสัยมิได้ว่าคนเหล่านี้มิได้เป็นคนไทยหรือฉลาดและเป็นเทวดาเหนือ กว่าคนไทยส่วนใหญ่มากนักหรือ จึงสามารถอ่านหนังสือต้องห้ามได้โดยที่ยังคงอุดมการณ์รักเจ้าอย่างไม่รู้จัก พอเพียงได้อย่างมั่นคง

ข้อโต้แย้งนี้ทำให้ผมถึงนึกชนชั้นกลางและชนชั้นนำที่อยากให้สิทธิในการลง คะแนนเสียงเลือกตั้งแก่คนที่จบปริญญาตรีหรือเรียนสูงกว่านี้เท่านั้น หรือพวกที่มองประชาชนเป็นควายแต่กลับชอบหมอบคลานเหมือนสัตว์เลื้อยคลาน

สหภาพครูในชิคาโก้นัดหยุดงานครั้งใหญ่ในรอบ 25 ปี

สหภาพครูในชิคาโก้นัดหยุดงานครั้งใหญ่ในรอบ 25 ปี







ครูในรัฐชิคาโก้กว่าสองหมื่นคน นัดหยุดงานครั้งใหญ่ในรอบ 25 ปี เพื่อคัดค้านระบบประเมินผลแบบใหม่ที่ผูกกับผลการเรียนของนักเรียน ชี้ทำให้ครูราว 6,000 คนคกงานและมีสภาพการจ้างที่ไม่มั่นคง

11 ก.ย. 55 - สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อเวลาคืนวันอาทิตย์ตามเวลาท้องถิ่นของสหรัฐอเมริกา ครูจากสหภาพแรงงานครูชิคาโก้ราว 26,000 คน ได้นัดหยุดงานและเดินขบวนใจกลางเมืองชิคาโก้ เพื่อคัดค้านการใช้ระบบประเมินผลครูแบบใหม่ ส่งผลให้มีนักเรียนระดับอนุบาลจนถึงมัธยมเกือบ 400,000 คนได้รับผลกระทบ การนัดหยุดงานดังกล่าว นอกจากจะท้าทายนายกเทศมนตรีเมืองชิคาโก้แล้ว ยังมีนัยสำคัญต่อการเลือกตั้งปธน.สหรัฐที่จะถึงในเดือนพ.ย. นี้ด้วย

การนัดหยุดงานครั้งแรกในรอบ 25 ปี ของสหภาพแรงงานครูชิคาโก้ เกิดขึ้นหลังจากที่การเจรจาระหว่างนายกเทศมนตรีเมืองชิคาโก้ ราห์ม เอมานูเอลและสหภาพฯ ที่ดำเนินมาหลายเดือน ไม่สามารถหาข้อตกลงได้ โดยเฉพาะข้อเสนอเรื่องการใช้ระบบประเมินคุณภาพครูแบบใหม่ ซึ่งผูกติดกับผลการเรียนของนักเรียนถึงร้อยละ 40 จากเดิมร้อยละ 25 โดยระบบนี้ ครูที่ไม่ปรับปรุงผลการเรียนของนักเรียน จะถูกให้ออกจากงาน

นอกจากนี้ รัฐบาลกลาง ยังมีโครงการที่อุดหนุนเงินด้านการศึกษาเป็นพิเศษแก่รัฐที่นำระบบดังกล่าว และการปฏิรูประบบการศึกษาอื่นๆ มาใช้ โดยในปัจจุบัน มี 14 รัฐในสหรัฐอเมริกา ที่ใช้ระบบดังกล่าว ผู้ที่ไม่เห็นด้วยมองว่า ระบบนี้ทำให้สภาพการจ้างงานในอาชีพไม่มั่นคง
 
(อ่านต่อ)
http://www.prachatai.com/journal/2012/09/42588 

FREE ALL POLITICAL PAISONERS IN THAILAND

FREE ALL POLITICAL PAISONERS IN THAILAND



วันอังคารที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2555

ว่าด้วยทุน เล่ม 2 ภาคที่1 การเปลี่ยนรูปของทุนและวงจรของมัน(บทที่5-6)

ว่าด้วยทุน เล่ม 2 ภาคที่1 การเปลี่ยนรูปของทุนและวงจรของมัน(บทที่5-6)




โดย กองบรรณาธิการ
 
บทที่ 5: เวลาในการหมุนเวียน
 
“เวลาทั้งหมดในการผลิตของทุน” ต้องรวมเวลาที่ทุนไม่มีส่วนในการผลิต เช่นการหยุดการผลิตตอนกลางคืน หรือช่วงที่กำลังเตรียมการผลิต หรือรอให้ผลผลิตสุกงอม(เช่นในภาคเกษตร) ซึ่งต่างจาก “เวลาที่ทุนมีบทบาทโดยตรงในการผลิต”

ประเด็นสำคัญคือ มูลค่าถูกสร้างโดยกรรมาชีพในช่วง “เวลาที่ทุนมีบทบาทโดยตรงในการผลิต” เท่านั้น เพราะเครื่องจักร ฯลฯ ทำงานเองไม่ได้ ต้องมีมนุษย์มาเริ่มกระบวนการ
   
การ “ทำงาน” ของกรรมาชีพ อาจจะมีรูปแบบการลงมือกระทำต่อวัตถุหรือเครื่องจักรตลอดเวลาอย่างต่อเนื่อง หรืออาจลงมือเป็นระยะๆ ในขณะที่เครื่องจักรเดินอยู่ นั้นไม่สำคัญ เพราะทั้งสองกรณีถือว่าเป็นการทำงานอย่างต่อเนื่อง

• การที่ “เวลาทั้งหมดในการผลิตของทุน” ต่างจาก “เวลาที่ทุนมีบทบาทโดยตรงในการผลิต” แปลว่ามนุษย์ที่เป็นกรรมาชีพเป็นผู้สร้างมูลค่า

• และนายทุนจะพยายามตลอดเวลา ที่จะลดช่วงเวลาที่ไม่ใช่ “เวลาที่ทุนมีบทบาทโดยตรงในการผลิต”

• ระยะเวลาที่ใช้ในการหมุนเวียนของทุนสามชนิด(ในบทที่ 4) มีผลกับเวลาในการผลิต ถ้าหมุนเวียนเร็ว การผลิตจะเพิ่มขึ้นได้

• หลังจากการผลิตเสร็จสิ้น ทุนสินค้าที่ถูกผลิตขึ้น จะต้องถูกแปรรูปไปเป็นทุนเงิน(ขาย) แต่กระบวนการนี้ไม่สร้างมูลค่าเลย เป็นเพียง “การได้มาของมูลค่าที่อยู่ในสินค้า” แต่ นักเศรษฐศาสตร์การเมืองกระแสหลักเชื่อนิยายว่า การเกิดขึ้นของมูลค่ามาจากการซื้อขาย ซึ่งเป็นวิธีปกปิดความจริงเกี่ยวกับการขูดรีดแรงงานในกระบวนการผลิต

• ค่าใช้จ่ายในการซื้อขาย ต้องหักจากกำไร (เช่นการจ้างตัวแทนเพื่อจำหน่ายหรือซื้อ) และสินค้าบางอย่าง โดยเฉพาะอาหาร อาจต้องรีบขายก่อนที่มันจะเสีย ดังนั้นนายทุนต้องพิจารณา (1)ระยะทางในการขนส่ง และ (2)ขนาดของตลาด โดยที่ตลาดในเมืองมักจะใหญ่กว่าตลาดในชนบทที่กระจัดกระจาย


บทที่ 6: ค่าใช้จ่ายในการหมุนเวียน

การซื้อขาย
คือการแปรเปลี่ยนระหว่างทุนสินค้ากับทุนเงิน

• ค่าใช้จ่ายในการซื้อขายนี้ไม่เพิ่มมูลค่าของสินค้าแต่อย่างใดทั้งๆ ที่กระบวนการซื้อขายต้องใช้แรงงาน เพื่อให้มีการหมุนเวียนของทุน และการ “ได้มาของมูลค่า”

• การซื้อขายไม่ใช่การผลิต และค่าใช้จ่ายในการซื้อขาย ถือว่าเป็นค่าใช้จ่ายนอกการผลิต

• ถ้ามีการจ้างงานในระบบซื้อขาย จะมีการขูดรีดมูลค่าส่วนเกิน คือคนงานจะได้ค่าจ้างต่ำกว่า “ค่าใช้จ่ายในการซื้อขาย” นายทุนค้าขายก็จะได้กำไรตรงนี้ มันคุ้มที่นายทุนภาคการผลิตจะจ่ายค่าใช้จ่ายนี้ เพื่อให้สินค้าขายออกไปและมีการหมุนเวียนของทุน[1] 

การทำบัญชี
การทำบัญชีเกี่ยวกับรายรับ รายจ่าย ขั้นตอนการผลิต ราคาวัตถุดิบฯลฯ ถือว่าเหมือนค่าใช้จ่ายในการซื้อขาย ไม่มีการเพิ่มมูลค่าให้สินค้าเลย และมีความสำคัญมากขึ้นเมื่อทุนนิยมพัฒนา
   
เราควรมองว่าค่าใช้จ่ายเหล่านี้เหมือนค่าซื้อเครื่องจักรในแง่ที่มันเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน

เงิน
เมื่อทุนนิยมพัฒนามากขึ้น ปริมาณสินค้าจะเพิ่ม และปริมาณเงินในเศรษฐกิจก็เพิ่ม
   
เงินเอง ธนบัตร หรือเหรียญ เป็นผลของการทำงานเพื่อผลิตเงิน แต่เราต้องมองว่าเป็น “ค่าใช้จ่ายของสังคม” เพราะไม่ได้เป็นส่วนของกระบวนการผลิตสินค้า

ค่าใช้จ่ายในการเก็บสินค้า
มองจากแง่ของสังคม ค่าเก็บสินค้าในโกดังหรือคลัง หรือการจ้างงานในการเก็บสินค้า ดูเหมือนจะไม่เกี่ยวกับการผลิต

• แต่มองจากมุมมองนายทุนแต่ละคน งานนี้มีส่วนในการสร้างมูลค่าสำหรับสินค้า คือเป็นการทำงานเพื่อทดแทนความเสื่อมของมูลค่าสินค้าซึ่งจะเกิดขึ้นถ้าไม่มี การเก็บรักษาไว้

• งานนี้มีส่วนในการสร้างมูลค่า แต่จะไม่เพิ่มมูลค่าแลกเปลี่ยน และนายทุนจะมีปัญหาในการเพิ่มราคาสินค้านี้โดยการอ้างว่าต้องเก็บไว้ในคลัง ถ้านายทุนอื่นไม่ต้องทำ

• ค่าใช้จ่ายตรงนี้ แบ่งกันจ่ายระหว่างผู้ซื้อกับผู้ขาย หรือเป็นการขาดทุนของนายทุน

• คนงานในโกดังจะถูกขูดรีดแรงงานด้วย เหมือนพนักงานซื้อขาย

• ในกรณีที่สินค้าอาจขาดตลาดในขณะที่ลูกค้าต้องการซื้ออย่างสม่ำเสมอ นายทุนอาจต้องมีคลังสะสมสินค้าเพื่อให้ส่งลูกค้าได้อย่างต่อเนื่อง

• คลังสินค้าในรูปแบบทุนการผลิต (สินค้าวัตถุดิบที่รอเข้าสู่กระบวนการผลิต) อาจเพิ่มขึ้นในปริมาณสุทธิของมัน ในขณะที่มีการลดลงถ้าเทียบกับปริมาณสินค้าที่ป้อนเข้าสู่กระบวนการผลิต ถ้ากระบวนการผลิตและการส่งวัตถุดิบเพิ่มความรวดเร็วและประสิทธิภาพตามการ พัฒนาของทุนนิยมและตลาดโลก

การสะสมผลผลิตในรูปแบบสินค้า
สัดส่วนการสะสมผลผลิตในรูปแบบสินค้าจะเพิ่มขึ้น เมื่อระบบทุนนิยมพัฒนา ในขณะที่สัดส่วนการสะสมผลผลิตเพื่อการบริโภคโดยตรงของผู้ผลิตลดลง
   
แนวโน้มคือ ปริมาณการผลิตจะขึ้นอยู่กับความสามารถของนายทุนในการลงทุนและสะสมทุนเพิ่ม ในขณะที่ความต้องการในการบริโภคสินค้ากลายเป็นเรื่องรอง

“ค่าใช้จ่ายในการเก็บสินค้า” ประกอบไปด้วย

1. การลดลงของปริมาณสินค้าที่สูญเสียไป

2. การเสื่อมคุณภาพของสินค้า

3. การจ้างแรงงานเพื่อรักษาสินค้า

การขนส่ง
การทำงานของกรรมาชีพในการขนส่งมีผลในการเพิ่มมูลค่าของสินค้า เพราะถ้าไม่มีการขนส่ง สินค้าจะไม่พร้อมที่จะถูกขาย

• ภาคขนส่งในแง่หนึ่ง “อิสระ” เป็นภาคการผลิตที่อิสระจากการสร้างสินค้าแต่แรก แต่อยู่ในระบบหมุนเวียนของทุนอันเดียวกัน[2]

• มีการขูดรีดแรงงานของกรรมาชีพขนส่ง และมีการพยายามเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานโดยนายทุน


เชิงอรรถ
[1]ในระบบทุนนิยมสมัยใหม่ปัจจุบัน ค่าใช้จ่ายนอกระบบการผลิตมีมากขึ้น เช่นการโฆษณา หรือการบริการของภาครัฐ(กอง บก.)
[2]ดังนั้นกรรมาชีพในระบบขนส่งทางบก ทางน้ำและทางอากาศ ซึ่งจัดอยู่ในภาคบริการในเศรษฐศาสตร์กระแสหลัก ต้องถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของภาคการผลิต(กอง บก.)
 
(ที่มา)
http://turnleftthai.blogspot.dk/2012/09/2-1-5-6.html

เรามีคุณธรรมไปทำไม?

เรามีคุณธรรมไปทำไม?

 

 

โดย นักปรัชญาชายขอบ

 

สูดกลิ่น "ศีลธรรม" จนสำลัก
กระอัก "จรรยา" จนหน้าเขียว
"คุณธรรม" เอ่อล้น จนซีดเซียว
ขับเคี่ยว "จริยธรรม" จนช้ำใน
มือถือสาก ปากถือศีล ตีนกระทืบ
ในซอกหลืบ ศพกอง เลือดนองไหล
ใครก็รู้ เราสู้ อยู่กับใคร
แผ่นดินธรรม อำไพ ไม่มีจริง!
 
(จากเฟซบุ๊กของ Rapeepan Songsaeng)
 
บท กวีข้างต้นนี้สะท้อนภาพการโฆษณาชวนเชื่อ ยัดเยียดปลูกฝังสิ่งที่เรียกกันว่า ศีลธรรม จรรยา คุณธรรม จริยธรรม และชี้ให้เห็นข้อเท็จจริงด้านตรงข้ามอย่างตรงไปตรงมาและน่าหดหู่ มีเหตุผลมากทีเดียวที่บรรดาผู้ซึ่ง “ตาสว่าง” มองเห็นความเป็นจริงของระบบอำนาจที่นิยาม โฆษณาชวนเชื่อ ยัดเยียด ปลูกฝังศีลธรรม จรรยา คุณธรรม จริยธรรมว่าเป็นระบบอำนาจที่ทั้งฉ้อฉลเสรีภาพ หมิ่นศักดิ์ศรีมนุษย์ของประชาชน อำมหิตเลือดเย็น
 
คำ ถามที่ “ต้องถาม” คือ เราจะมีสิ่งที่เรียกกันว่า ศีลธรรม จรรยา คุณธรรม จริยธรรมกันไปทำไม? โยนมันทิ้งไปเลยได้ไหม? แน่นอน มันเป็นคำถามที่ “กวนประสาท” บรรดาผู้มีอำนาจ และผู้เสพติดยากล่อมประสาทพวกนั้น แต่แล้วยังไง สังคมนี้จะไม่มี “พื้นที่” ให้คนตั้งคำถามแบบนี้ได้เลยหรือ มีเหตุผลอะไรที่จะห้ามตั้งคำถามต่อ ศีลธรรม จรรยา คุณธรรม จริยธรรมบน “กองซากศพ” ว่า “ศีลธรรม จรรยา คุณธรรม จริยธรรมเหล่านั้น มันคือเครื่องมือปกป้องไม่ให้สังคมนี้มีกองซากศพ หรือว่ามันเป็นเพียงอาภรณ์อันสวยงามที่ประดับประดาการปราบปรามเข่นฆ่าให้ดู ดีมีความชอบธรรมกันแน่?”
 
บรรดาชนชั้นผู้มีอำนาจต้องการ “คุณสมบัติ” ที่มีคุณธรรมจริยธรรมไปทำไมหรือ คำอธิบายของแมคเคียวเวลลี่ (Maciavelli) ใน “เจ้าผู้ปกครอง” (The Prince) ข้างล่างนี้น่าจะบออกอะไรได้บ้าง (คัดจาก The Big Questions 20 คำถามของปรัชญา โดยไซมอน แบล็กเบิร์น ปกรณ์ สิงห์สุริยา บรรณาธิการแปล สำนักพิมพ์มติชน,2555 หน้า 173) 

ดังนั้น จึงไม่จำเป็นสำหรับเจ้าผู้ปกครองที่จะต้องมีคุณสมบัติอันดีทั้งหมดที่ ข้าพเจ้าได้จาระไนมา แต่จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องทรงแสดงพระองค์ว่ามีคุณสมบัติเหล่านั้น และข้าพเจ้ากล้าที่จะกล่าวอย่างนี้อีกด้วยว่า การมีคุณสมบัติเหล่านั้นและการปฏิบัติตามคุณสมบัติเหล่านี้เสมอจะทำร้าย พระองค์ และการแสดงว่าทรงมีคุณสมบัติเหล่านั้นจะเป็นประโยชน์ต่อพระองค์ จงทำเหมือนเป็นผู้มีเมตตา ซื่อสัตย์จงรักภักดี มีมนุษยธรรม เคร่งศาสนา ยึดมั่นในความถูกต้องและจงเป็นแบบนั้น แต่ด้วยความคิดที่ตีกรอบไว้ว่าหากพระองค์จำเป็นที่จะต้องไม่เป็นแบบนั้น พระองค์จะสามารถทำได้และรู้ว่าจะเปลี่ยนพฤติกรรมกลับเป็นตรงกันข้ามได้อย่าง ไร
 
นี่ คือคำแนะนำให้ผู้มีอำนาจให้คุณสมบัติที่มีคุณธรรมอย่างฉ้อฉล แต่ในโลกของความเป็นจริงเป็นไปได้ว่าผู้ปกครองไม่ว่าจะอยู่ในระบบเผด็จการ หรือประชาธิปไตย พวกเขาอาจจะแสดงตัวว่าเป็นคนดี เป็นผู้เปี่ยมคุณธรรมเช่น มีเมตตา ซื่อสัตย์จงรักภักดี มีมนุษยธรรม เคร่งศาสนา ยึดมั่นในความถูกต้อง ฯลฯ เพื่อสร้างภาพให้น่าเชื่อถือ แต่เมื่อต้องรักษาอำนาจและผลประโยชน์ พวกเขาอาจกลายร่างเป็นสุนัขจิ้งจอกได้อย่างง่ายดาย ฉะนั้น คนพวกนี้เขามีคุณธรรมไปทำไม คำตอบชัดเจนในตัวมันเองตามข้อเท็จจริงของการกระทำ หรือพฤติกรรมของชนชั้นผู้มีอำนาจที่ชั่วชีวิตเราต่างก็ได้เห็นกันอยู่แล้ว

(อ่านต่อ)
http://www.prachatai.com/journal/2012/09/42530

Diva Cafe ประจำวันที่ 11 กันยายน 2555

Diva Cafe ประจำวันที่ 11 กันยายน 2555


แดงโห่ ปชป เฮ นักวิชาการซัด กระแสตีกลับเพื่อไทย Divas Cafe 13มิย55
http://youtu.be/vTCbQdANN1k 

 

ส.ว. ประเทศไทย 'ค้าน' แท็ปเล็ต ไม่ได้ช่วยพัฒนาสมอง

ผู้ชายคนหนึ่งที่ทำให้เราระลึกได้ว่า โลกของความงามไม่ได้มีแต่ผู้หญิงเท่านั้นที่ครอบครอง กับ ชู อูเอมูระ (Shu Uemura)
 
นานาประเทศสนับสนุนการใช้แท็ปเล็ตช่วยพัฒนาการศึกษา ในขณะที่  ส.ว. ประเทศไทย ค้าน แท็ปเล็ต ไม่ได้ช่วยพัฒนาสมอง
 
อัพเดทกระแสข่าวลือ ไอโฟนรุ่นใหม่ ที่คาดจะเปิดตัวในวันพรุ่งนี้  กับข่าวลือ 9 ข้อ ที่น่าจะเป็นไปได้มากที่สุด

(คลิกฟัง) 
http://shows.voicetv.co.th/divas-cafe

Wake up Thailand ประจำวันอังคารที่ 11 กันยายน 2555

Wake up Thailand ประจำวันอังคารที่ 11 กันยายน 2555


  

 
สงสัยเคลียร์ม็อบง่ายกว่าเคลียร์น้ำ
  
นำเสนอประเด็น
 
- นายกฯ เรียกประชุมบริหารน้ำจากเหตุอุทกภัยภาคเหนือ                         
- ชลประทานเตือน น้ำมาแล้ว ลุ่มเจ้าพระยาเตรียมรับมือ                            
- สุโขทัยอ่วมน้ำทะลักเข้าท่วมสูงกว่า 1 เมตร                                
- เตือนชาว อยุธยา – อ่างทอง เตรียมขนของหนีน้ำ                                      
- ธีระชน แนะรัฐอย่ารับน้ำอยุธยาเข้าคลองชั้นใน เร่งผันออกด้านนอก  
- 'รอยล'โต้กทม.ยันจัดการน้ำตามเเผน                                                             
- นายกฯ ขออภัยชาวท่าอิฐ ที่ข้อมูลตกหล่นไปบ้าง                                       
- 11 กันยายน 2544 ถล่มตึกเวิล์ดเทรด
- ฟรีดอมทาวเวอร์กับระบบป้องกันภัย         
- การเรียนรู้ผ่าน TABET PC               
   
(คลิกฟัง) 
http://shows.voicetv.co.th/wakeup-thailand