@PravitR
เป็นเวลาประมาณหนึ่งปีแล้วที่ผมได้ใช้เวลาบางส่วนของชีวิตในการทวีตแสดง ความเห็นวิพากษ์ ม.112 หรือกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ เพื่อเปิดพื้นที่การถกเถียงเรื่องนี้ให้กว้างและมีส่วนร่วมมากกว่าสื่อกระแส หลักจะอนุญาต ปรากฎว่าผู้เขียนมักพบกับข้อโต้แย้งและกล่าวหาซ้ำๆ ประมาณ 8 แบบจากบรรดาผู้คนที่รักเจ้าอย่างไม่รู้จักพอเพียงและสนับสนุน ม.112 จึงขอรวบรวมเอามาเผยแพร่พร้อมโต้แย้งและพยายามตีความดังต่อไปนี้
1) ทำไมไม่พูดเรื่องปัญหาอื่นบ้าง เช่นคอรัปชั่น แทนที่จะมัวแต่บ่นเรื่อง ม.112 ?
ตอบ: มันเป็นทั้งคำถามและข้อเสนอที่พิสดารเพราะผมไม่เคยไปห้ามมิให้คนอื่นไปสนใจ เรื่องอื่น หรือบังคับให้ใครมาติดตามสิ่งที่ผมแสดงออกในทวีตภพ ใครสนใจเรื่องปัญหาคอรัปชั่นนักการเมืองมากกว่าเรื่องสิทธิเสรีภาพพื้นฐานใน การแสดงออกและการวิพากษ์สถาบันกษัตริย์ก็เชิญตามสะดวก ผมไม่เคยห้าม และคิดว่าเป็นการดี
คำถามเช่นนี้ทำให้นึกถึงสังคมที่ประชาชนถูกบังคับให้ต้องสนใจในเรื่องที่เหมือนๆ กันทุกคน ซึ่งแท้จริงแล้วก็คือสังคมเผด็จการ
การทำเรื่องคอรัปชั่นกับการรณรงค์ต้าน ม.112 สามารถทำไปพร้อมๆ กันได้โดยคนหลากหลายกลุ่มในสังคม ไม่จำเป็นต้องเลือกอันใดอันหนึ่ง เหมือนกับที่เราไม่ต้องเลือกว่าถ้าดื่มน้ำแล้วจะกินข้าวไม่ได้ หรือถ้ากินข้าวแล้วจะดื่มน้ำไม่ได้
2) การพูดถึงปัญหา ม.112 ทำให้สังคมแตกแยก
ตอบ: ความแตกต่างไม่ใช่ความแตกแยก แต่การปิดหูปิดตาปิดปากประชาชนอย่างไม่รู้จักพอเพียง การยัดเยียดข้อมูล ‘ดีๆ ’ เกี่ยวกับเจ้าด้านเดียวอย่างไม่รู้จักพอเพียงผ่านสื่อทุกสื่อ พร้อมการจำคุกคนที่วิพากษ์เจ้าหรือใช้คำหยาบคายแสดงความเกลียดชังเจ้า ย่อมทำให้เกิดความแตกแยกอย่างแทบที่จะหลีกเหลี่ยงมิได้ เพราะคนจำนวนหนึ่งถูกกดขี่ไร้สิทธิพื้นฐานในการแสดงความเห็นต่าง ที่เท่าทันต่อสถาบันกษัตริย์
3) ยังต้องคง ม.112 ไว้เพราะคนไทยส่วนใหญ่คิดแยกแยะเองไม่เป็นว่าอะไรจริงอะไรเท็จ
ตอบ: หลายคนที่พูดเช่นนี้กับผมอ้างว่าเขาได้อ่านหนังสือต้องห้ามอย่าง The King Never Smiles มาแล้วและเชื่อว่าคนไทยส่วนใหญ่อาจหลงเชื่อ แยกแยะไม่ออก หากมีการเผยแพร่หนังสือเช่นนี้อย่างถูกกฎหมายได้ แต่ผมอดสงสัยมิได้ว่าคนเหล่านี้มิได้เป็นคนไทยหรือฉลาดและเป็นเทวดาเหนือ กว่าคนไทยส่วนใหญ่มากนักหรือ จึงสามารถอ่านหนังสือต้องห้ามได้โดยที่ยังคงอุดมการณ์รักเจ้าอย่างไม่รู้จัก พอเพียงได้อย่างมั่นคง
ข้อโต้แย้งนี้ทำให้ผมถึงนึกชนชั้นกลางและชนชั้นนำที่อยากให้สิทธิในการลง คะแนนเสียงเลือกตั้งแก่คนที่จบปริญญาตรีหรือเรียนสูงกว่านี้เท่านั้น หรือพวกที่มองประชาชนเป็นควายแต่กลับชอบหมอบคลานเหมือนสัตว์เลื้อยคลาน

