หน้าเว็บ

วันพฤหัสบดีที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2555

Wake up Thailand

Wake up Thailand
 
 
 จำนำยังไม่จำนน

Wake up Thailand ประจำวันพฤหัสบดีที่ 11 ตุลาคม 2555
จำนำยังไม่จำนน
http://www.dailymotion.com/video/xu8p74 


 จับตา 'นายก' วสันต์ ชี้ชะตาจำนำข้าว

Wake up Thailand ประจำวันพุธที่ 10 ตุลาคม 2555       
จับตา 'นายก' วสันต์ ชี้ชะตาจำนำข้าว
http://www.dailymotion.com/video/xu7mb5 

The Daily Dose

The Daily Dose






The Daily Dose ประจำวันที่ 11 ตุลาคม 2555
Romney เพิ่มทหารในตะวันออกกลาง
http://www.dailymotion.com/video/xu981k_romney

The Daily Dose ประจำวันที่ 10 ตุลาคม 2555
Romney กลับนำ Obama 4 เเต้มหลังโต้วาที
http://www.dailymotion.com/video/xu86xh_romney 


ซีรีส์จำนำข้าว (2) พิชิต ลิขิตกิจสมบูรณ์ : จำนำดีกว่าประกันรายได้ รอพิสูจน์ฝีมือรัฐบาล

ซีรีส์จำนำข้าว (2) พิชิต ลิขิตกิจสมบูรณ์ : จำนำดีกว่าประกันรายได้ รอพิสูจน์ฝีมือรัฐบาล

 

 

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 7 ตุลาคมที่ผ่านมา กลุ่มปฏิญญาหน้าศาล เชิญ พิชิต ลิขิตกิจสมบูรณ์ อาจารย์จากคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มาพูดคุยเรื่องโครงการรับจำนำข้าว เขาอธิบายเรื่องนี้อย่างเป็นระบบและง่ายต่อการทำความเข้าใจ มีประเด็นที่น่าสนใจ โดยเฉพาะรายละเอียดเกี่ยวกับโครงการประกันรายได้สมัยรัฐบาลประชาธิปัตย์ และโครงการรับจำนำในสมัยรัฐบาลเพื่อไทย  ซึ่งอาจเป็นมุมมองที่แตกต่างไปจากนักเศรษฐศาสตร์โดยทั่วไป หรือภาคประชาสังคม ที่เห็นกันว่าหากมีสองตัวเลือกโครงการประกันรายได้น่าจะเป็นตัวเลือกที่ดี กว่า

ประชาไทจึงสรุปความในช่วงอภิปรายนี้โดยแบ่งเป็นหัวข้อต่างๆ เพื่อสะดวกต่อการอ่าน พร้อมกับตั้งคำถามเพิ่มเติมในตอนท้ายเกี่ยวกับกลไกตลาด และแนวทางในระยะยาว ซึ่งพิชิต สรุปไว้ว่า หากจะถามว่าเห็นด้วย 100% ไหม ก็คงไม่ใช่เช่นนั้น แต่หากมีตัวเลือกในเชิงนโยบายเพียงเท่านี้ เขาก็ไม่คัดค้านโครงการรับจำนำเพราะผลประโยชน์ที่ตรงและทั่วถึงกับชาวนา มากกว่า พร้อมร่วมลุ้นรอดูฝีมือการบริหารสต๊อกข้าวของรัฐบาล อย่างไรก็ตาม เขายอมรับว่าถึงที่สุดก็เชื่อว่านโยบายนี้น่าจะเป็นนโยบายระยะสั้นเท่านั้น

อะไรคือเหตุผลของทั้งหมดที่กล่าวมา คำตอบอยู่ในเนื้อหาด้านล่าง
 
ปูพื้นภาพรวม เกษตรกรรมไทยอยู่ตรงไหน

ภาพ รวม ในประเทศไทย รายได้ประชาชาติ หรือจีดีพี นั้น  จะเห็นว่าภาคเกษตรกรรมสำคัญทั้งในแง่รายได้และจำนวนคน  ในภาคเกษตรมีรายได้ 10-12% ของรายได้ประชาชาติต่อปี นั่นคือ คนไทยผลิตสิ่งของมาขาย 100 บาทเป็นสินค้าเกษตร 10 กว่าบาท แต่ใน 10 กว่าบาทนั้นมีคนไทยแบ่งรายได้นั้นหรือใช้ชีวิตในภาคเกษตรประมาณ 40%  ดังนั้นจะเห็นได้ว่าคนในภาคอุตสาหกรรมและภาคบริการจะมีรายได้โดยเฉลี่ยสูงก ว่าบริษัทใหญ่ๆ ภาคอุตสาหกรรม ภาคบริการ ลองไปดูรายชื่อผู้ถือหุ้น โดยเฉพาะนามสกุล บริษัทใหญ่ในตลาดหลักทรัพย์จะพบว่าเกือบทั้งหมดอยู่ในกำมือของกลุ่มเศรษฐี เพียงไม่กี่ตระกูล ในธุรกิจเกือบทุกประเภทมีประมาณ 20 กว่านามสกุล และส่วนที่ใหญ่ที่สุดและมีเกือบในทุกที่คือทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ โดยผ่านบริษัทถือหุ้นเช่น ทุนลดาวัลย์ เป็นต้น ข้อมูลเหล่านี้เปิดเผยเป็นการทั่วไป

จึงกล่าวได้ว่า ระบบเศรษฐกิจของไทยผูกขาดอย่างมาก อยู่ในกลุ่มตระกูลเก่าๆ ไม่กี่ตระกูล เรียกว่า ทุนเก่า หากินด้วยกันมาเกือบร่วมร้อยปี

ในภาคเกษตร มีสินค้าเกษตรหลายตัว แต่ตัวสำคัญจริงๆ คือ ข้าว ยางพารา มันสำปะหลัง ข้าวโพด ปาล์มน้ำมัน แต่ในบรรดาพืชเหล่านี้ กลุ่มเกษตรกรที่เป็นกลุ่มใหญ่และมีความสำคัญในแง่เม็ดเงินคือ ข้าว กับยางพารา ข้าวอยู่ในภาคกลาง เหนือ อีสาน ส่วนยางพารา หลักๆ อยู่ภาคใต้ ในบรรดาสินค้าเหล่านี้ จะมีกลุ่มทุนเกษตรเข้ามากินในลักษณะเป็นพ่อค้าคนกลางเกือบทุกตัว  และมักดำเนินธุรกิจส่งออกด้วย

(อ่านต่อ)
http://www.prachatai.com/journal/2012/10/43117

สมชายรับ รายงาน คอป.ไม่ได้เสนอข้อเท็จจริงทั้งหมด

สมชายรับ รายงาน คอป.ไม่ได้เสนอข้อเท็จจริงทั้งหมด

 

   

ที่มา สำนักข่าวอิศรา

 

สำนักข่าวอิศรา สัมภาษณ์ สมชาย หอมลออ ประธาน อนุกรรมการค้นหาความจริงกรณีการสลายการชุมนุม เมษา-พฤษภา 2553 ซึ่งจากที่ผ่านมาประเด็นดังกล่าวเป็นข้อถกเถียงที่ยังคงหาข้อสรุปไม่ได้ ประชาไทจึงได้นำบทสัมภาษณ์ดังกล่าวมานำเสนออีกครั้ง


การค้นหา “ข้อเท็จจริง” ในเหตุการณ์ความรุนแรง ปี 2553 ยังไม่จบ แม้ว่า “คณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อการปรองดองแห่งชาติ (คอป.)” จะปิดรายงานฉบับสมบูรณ์ไปแล้ว 

โดยเฉพาะ “แกนนำเสื้อแดง-พรรคเพื่อไทย (พท.)” ที่ไม่พอใจ ผลสรุป คอป.อย่างยิ่ง และยื่นเรื่องให้รัฐบาลของเขาไม่ยอมรับรายงานฉบับนี้

ประเด็น “ชายชุดดำ” ที่ คอป.สรุปว่า มีส่วนสร้างความรุนแรงและสังหารไป 9 คน ระหว่างเหตุการณ์ “เม.ย.-พ.ค.เลือด 53” ยังคงร้อนเมื่อฝ่าย นปช.ตอบโต้ว่า ชุดดำไม่มีจริง ถ้ามีแต่ก็เป็นเจ้าหน้าที่รัฐ ขณะที่พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ที่บริหารประเทศครั้งนั้น ก็ใช้รายงาน คอป. ทำกิจกรรมตามล่าหาชายชุดดำต่อไป

“ทีมข่าวอิศรา” สนทนากับ “สมชาย หอมลออ” อดีตกรรมการ คอป.  ซึ่งรับผิดชอบผลสอบข้อเท็จจริงความรุนแรง 53  

ล่าสุดเจ้าตัว เดินทางไปชี้แจงกับ คณะกรรมาธิการตำรวจ สภาผู้แทนราษฎร เปิดข้อมูลใหม่ ยืนยันว่า คนชุดดำนอกจากโยงใย พล.ต. ขัตติยะ สวัสดิผล หรือ เสธ.แดง อดีตผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก ยังมีความเกี่ยวพันกันกับทหารพรานค่ายปักธงชัย จ.นครราชสีมา ด้วย
ทำให้เกิดข้อสงสัยว่า ยังมีข้อมูลอะไรที่ คอป.มีอยู่ในมือ แต่ไม่ถูกเปิดเผยออกมา ???

(อ่านต่อ)
http://www.prachatai.com/journal/2012/10/43118

AI จัดกิจกรรมสัปดาห์ภาพยนตร์สิทธิมนุษยชน 'เทศกาลหนังมีชีวิต

AI จัดกิจกรรมสัปดาห์ภาพยนตร์สิทธิมนุษยชน 'เทศกาลหนังมีชีวิต

 

 
แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย ผนึกกำลังสร้างเครือข่ายรณรงค์ยุติโทษประหารชีวิต จัดกิจกรรมสัปดาห์ภาพยนตร์สิทธิมนุษยชน “เทศกาลหนังมีชีวิต”

“เราไม่ได้อ่อนข้อ หรือยกโทษให้กับผู้กระทำความผิด ผู้กระทำความผิดต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม (ที่เป็นธรรม) แต่เราเรียกร้องการเปลี่ยนแปลงในรูปแบบและวิธีการ การลงโทษ ผู้กระทำความผิด ให้สอดคล้องกับกฎหมายระหว่างประเทศและหลักสิทธิมนุษยชน” 

(อ่านต่อ)  
http://www.prachatai.com/journal/2012/10/43100

ทูตระบุอังกฤษเลิกโทษประหารทุกกรณีมากว่า 50 ปีแล้ว
 

(คลิกฟัง)
http://www.youtube.com/watch?feature=player_embedded&v=0NWVuGtQ7DM

(ที่มา)
http://www.prachatai.com/journal/2012/10/43110

วันพุธที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2555

มติเอกฉันท์ 'ศาลรธน.' ม.112 ไม่ขัด รธน.

มติเอกฉันท์ 'ศาลรธน.' ม.112 ไม่ขัด รธน.

 

Posted Image

 

10 ตุลาคม 2555 ฝ่ายประชาสัมพันธ์ ศาลรัฐธรรมนูญ เผยแพร่คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่วินิจฉัยว่า มาตรา 112 แห่งประมวลกฎหมายอาญา ไม่ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ ระบุ เป็นบทบัญญัติที่เป็นไปเพื่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดี ตามหลักนิติธรรมที่เป็นศีลธรรมหรือจริยธรรมของกฎหมาย อัตราโทษมีความเหมาะสมได้สัดส่วน และย้ำการกระทำขัดม. 112 ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐจริง

สืบเนื่องจากจำเลยในสองคดี คือ นายสมยศ พฤกษาเกษมสุข และ นายเอกชัย หงส์กังวาน ได้ยื่นโต้แย้งให้ศาลอาญา ส่งคำร้องเพื่อขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า มาตรา 112 ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 3 วรรคสอง มาตรา 8 มาตรา 29 และมาตรา 45 วรรคหนึ่งและวรรคสองหรือไม่

ผลการพิจารณา ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาแล้วเห็นว่า ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 เป็นบทบัญญัติที่เสริมให้รัฐธรรมนูญมาตรา 8 มีผลในทางปฏิบัติอย่างแท้จริง จึงไม่มีมูลกรณีที่จะอ้างว่า ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 8 ได้ คงมีประเด็นที่ศาลรัฐธรรมนูญต้องพิจารณาวินิจฉัยเพียงว่า ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 3 วรรคสอง มาตรา 29 และมาตรา 45 วรรคหนึ่งและวรรคสองหรือไม่

ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาแล้ว เห็นว่า หลักการตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 สอดคล้องกับการให้ความคุ้มครองพระมหากษัตริย์ที่เป็นสถาบันและประมุขของ ประเทศไทย การกำหนดบทลงโทษผู้กระทำความผิดจึงเป็นไปเพื่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรม อันดีของประชาชนตามหลักนิติธรรมที่เป็นศีลธรรมหรือจริยธรรมของกฎหมาย ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 จึงมิได้ขัดหรือแย้งต่อหลักนิติธรรมตามรัฐธรรมนูญมาตรา 3 วรรคสอง
 
(อ่านต่อ)
http://www.prachatai.com/journal/2012/10/43096

วันอังคารที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2555

จำนำข้าว ต้องมองเลยกรอบ เสรีนิยมกลไกตลาด

จำนำข้าว ต้องมองเลยกรอบ เสรีนิยมกลไกตลาด
 
โดย Wattana Van

ขอพูดเรื่องจำนำข้าวซะ ถ้าพูดกันโดยใช้แนวคิดเสรีนิยมกลไกตลาด นโยบายนี้มีปัญหาจริงๆ ครับ เพราะรัฐ ดันไปแข่งกับเอกชน กดดันให้เอกชนต้องซื้อข้าวราคาแพง เพื่อจะคงสถานะของนายทุนข้าวได้ต่อไป นอกจากนั้น เมื่อราคาข้าวดีขึ้น พื้นที่การปลูกข้าวก็เพิ่มขึ้น ซึ่งน่าจะเป็นผลดีที่เราสามารถผลผลิตข้าวไว้เลี้ยงดูประชากรโลกได้เพิ่มขึ้น แต่มันดันไปเพิ่มภาระให้รัฐบาลต้องใช้เงินในการอุดหนุนมากขึ้นอีก หรือถ้ารัฐบาลจะเอาข้าวที่รับจำนำไว้ออกไปขาย มันก็เท่ากับไปเพิ่มปริมาณข้าวในตลาดให้เพิ่มขึ้น ซึ่งก็จะไปกดดันราคาข้าวในตลาดไม่ให้ปรับตัวสูงขึ้น

และนี่ก็เป็นรูปธรรมอันหนึ่ง ที่นักมาร์คซิสต์พูดมาตลอดว่า "วิกฤตเศรษฐกิจ ภายใต้การผลิตล้นเกิน" มันหมายความว่า ทั้งที่การผลิตที่มีจำนวนมาก น่าจะเป็นสิ่งที่ดี ที่ทุกคนจะได้อิ่มท้องกัน แต่ปรากฎว่า ไอ้ "กลไกตลาดเสรี" มันกลับบอกว่า ออกมาเยอะๆ ไม่ดีเศรษฐกิจจะพัง


ดังนั้น เราควรตั้งต้นกันใหม่ อย่าเอาเรื่องกลไกตลาด มาเป็นตัวตั้ง แต่ควรเน้นที่การพัฒนาคุณภาพชีวิ
ตของคนจน การเอาเงินไปอุดหนุนคนจนเอาไปเลยครับ ในเบื้องต้น ถ้าเงินไม่พอก็เก็บภาษีเพิ่ม เอาแบบภาษีก้าวหน้าอัตราสูงพิเศษสำหรับคนรวยพิเศษนะครับ หลังจากนั้นก็เพิ่มคุณภาพด้านอื่นด้วย เพื่อเป็นการลดต้นทุนให้กับชาวนา เช่น การศึกษาบุตร ควรจะเป็นการเรียนฟรี จนไม่อยากจะเรียน และรัฐก็จ่ายเงินรายเดือนค่าเรียนด้วย รวมถึงที่พักราคาถูกแบบมีคุณภาพ การรักษาพยามบาล ในบ้านเรายังมีหลายมาตรฐานครับ ปรับให้มันเหลือมาตรฐานเดียวที่ดีที่สุดไปเลยครับ

แล้วก็เป็นเรื่องใหญ่เรื่องสำคั
ญมาก คือการปฏิรูปที่ดิน การที่คนรวยๆ มีที่ดินมากมายแล้วปล่อยให้คนอื่นเช่าทำกิน ไม่ควรมีในประเทศไทยนะครับ ผืนแผ่นดินนี้ ควรเป็นของทุกคนโดยเท่าเทียมกัน เพราะมันเกิดมาก่อนมีมนุษย์ด้วยซ้ำ จะมานั่งงอมืองอเท้าทำนาเป็นหลังคนด้วยการเก็บค่าเช่ามันก็ไม่เหมาะสม ควรยึดมาเป็นของรัฐหรือบังคับซื้อมาให้หมด แล้วปล่อยให้เกษตรกรเอาไปสร้างผลผลิต สังคมก็จะมีผลผลิตไว้บริโภคมากขึ้น ถ้ามีมากเกินไป ก็ไปลดการผลิตลง เอาเวลาไปร้องรำทำเพลง ท่องเทียวเดินทาง กันตามอัธยาศัย ไม่ใช่ยิ่งทำยิ่งจน เหมือนทุกวันนี้
(ที่มา)