หน้าเว็บ

วันจันทร์ที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

40สว.จ้องยื่นศาลรธน.ขวางสุรพงษ์ฟ้องคดีสลายแดงต่อศาลโลกชี้ต้องผ่านการลงสัตยาบันก่อน

40สว.จ้องยื่นศาลรธน.ขวางสุรพงษ์ฟ้องคดีสลายแดงต่อศาลโลกชี้ต้องผ่านการลงสัตยาบันก่อน




“สุรพงษ์” นัดแถลง 7 พ.ย. ชี้ “คดีฆ่าตัดตอน” ไม่เข้าข่าย ICC
http://www.go6tv.com/2012/11/7-icc.html

สุรพงษ์ นัดเเถลง ICC ไม่เข้าข่ายคดีฆ่าตัดตอนสมัย ทักษิณ
http://www.dailymotion.com/video/xuuid0 


นายไพบูลย์ นิติตะวัน สว.สรรหา แกนนำกลุ่ม 40 สว.เปิดเผยว่า หากนายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รมว.ต่างประเทศประกาศยอมรับขอบเขตอำนาจของศาลอาญาระหว่างประเทศ(International Criminal Court หรือ ICC ) โดยไม่ผ่านการลงสัตยาบันก็จะเตรียมยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาว่าเข้าข่ายขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 190 ทันที

นายไพบูลย์ กล่าวว่า การจะให้ศาลโลกสามารถพิจารณาคดีใดๆที่ทางการไทยเสนอไปนั้นรัฐไทยโดยรัฐบาลต้องลงสัตยาบันก่อนถึงจะมีผลบังคับใช้ได้ไม่ใช่ไปประกาศยอมรับขอบเขตเพื่อดำเนินการเป็นเฉพาะกรณี


“เท่ากับเข้าข่ายละเว้นการปฎิบัติหน้าที่แน่นอน เมื่อยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญแล้วถ้าศาลเห็นว่าขัดกับรัฐธรรมูญก็จะยื่นให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติกดำเนินคดีอาญาต่อไป” นายไพบูลย์ กล่าว

นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานวุฒิสภา กล่าวว่า ส่วนตัวเห็นว่าการดำเนินการลักษณะนี้ของรมว.ต่างประเทศควรต้องผ่านให้ความเห็นชอบจากรัฐสภาตามมาตรา 190 เนื่องจากการจะให้กระบวนการระหว่างประเทศมีผลบังคับใช้ต้องผ่านการลงสัตยาบัน ซึ่งการที่จะพิจารณาว่าไทยจะลงสัตยาบันกรณีใดก็ต้องผ่านมาตรา 190 แม้จะไม่เกี่ยวกับเรื่องอาณาเขตไทยโดยตรงแต่เกี่ยวกับอธิปไตยของไทยในส่วนของฝ่ายตุลาการ ซึ่งเป็นหนึ่งในสามอำนาจอธิปไตยไทย

“รัฐมนตรีจะพิจารณาพลการไม่ได้ เพราะจะมีปัญหาตามมาอีกมาก เช่น ใครจะเป็นผู้พิจารณาว่าคดีไหนควรส่งให้ศาลต่างประเทศหรือให้ศาลไทยพิจารณา” นายสุรชัย กล่าว

นายสุรชัย กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม ถ้านายสุรพงษ์จะแถลงเพื่อประกาศยอมรับขอบเขตอำนาจศาลก็สามารถกระทำได้ แต่หากเกิดอะไรขึ้นก็ต้องรับผิดชอบไป และขึ้นอยู่ศาลโลกว่าจะยอมรับคำประกาศให้มีผลบังคับใช้เช่นเดียวกับการลงสัตยาบันหรือไม่

วันอาทิตย์ที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

"อองซานซูจี"ปฏิเสธเข้าข้าง"มุสลิมโรฮิงญา"

"อองซานซูจี"ปฏิเสธเข้าข้าง"มุสลิมโรฮิงญา"


 
 
สารคดีโรฮิงญา
http://www.youtube.com/watch?v=kzTiM0-XVww 

โรฮิงญา 2 เดือนหลังจลาจลในรัฐยะไข่(1)
http://www.youtube.com/watch?v=aLFB8mN7vWc&feature=related 

โรฮิงญา 2 เดือนหลังจลาจลในรัฐยะไข่(2)
http://www.youtube.com/watch?v=Vhp8oFUMllk&feature=relmfu 

โรฮีงญา... คนไร้รัฐ 15/9/55
http://www.youtube.com/watch?v=3cvrt1ZgJpo&feature=related 

"โรฮิงญา"..อย่าร้องไห้
http://www.youtube.com/watch?v=su7iAUwDfZE&feature=related 


นางออง ซาน ซู จี ปฏิเสธที่จะกล่าวสนับสนุนกลุ่มมุสลิมโรฮิงญา และยืนยันจะไม่เข้าข้างทั้ง 2 ฝ่าย จากเหตุนองเลือดในรัฐยะไข่ ทางตะวันตกของพม่า

นางซูจี ซึ่งถูกกล่าวตำหนิจากกลุ่มสนับสนุนนานาชาติ จากการที่เธอยังคงปิดปากเงียบและไม่แสดงปฏิกิริยาใดๆต่อเหตุความรุนแรงที่ รัฐยะไข่ กล่าวว่า ทั้งฝ่ายพุทธและมุสลิมต่างฝ่ายต่างถูกทำให้ไม่พอใจ และเธอก็จะไม่เข้าข้างใครทั้งสิ้น

นางซู จี ให้สัมภาษณ์สถานีโทรทัศน์บีบีซีของอังกฤษ วานนี้ (3 พ.ย.) เรียกร้องให้ทุกฝ่ายใช้ความอดกลั้น และไม่คิดว่าสมควรที่จะใช้สถานะความเป็นผู้นำของตนเข้าไกล่เกลี่ย โดยที่ไม่ได้สะสางต้นเหตุของปัญหา

นางซูจีให้สัมภาษณ์ต่อบีบีซีที่กรุงเนย์ปิดอว์ หลังจากหารือกับนายโฮเซ มานูเอล บาร์โรโซ ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป  ซึ่งแสดงความกังวลต่อปัญหาความรุนแรงและผลจากการปฏิรูปของพม่า ว่าเธอจะไม่พูดเพื่อเอาใจกลุ่มมุสลิมโรฮิงญา

นายบาร์โรโซแถลงว่า อียูวิตกอย่างยิ่งต่อสถานการณ์ภายในพม่ารวมทั้งผลกระทบที่มีต่อการปฏิรูปและ พัฒนาประชาธิปไตย จึงขอเรียกร้องให้ผู้นำทุกฝ่ายช่วยกันรักษาความสงบ นอกจากนี้ อียูพร้อมจัดสรรเงิน 4 ล้านยูโร (ราว 155 ล้านบาท) เพื่อความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมแก่พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ

เจ้าของรางวัลโนเบสสันติภาพ เปิดเผยว่า หลายคนต้องการให้เธอเลือกข้าง ซึ่งจะทำให้ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดไม่พอใจ และเห็นว่าจำเป็นต้องแก้ปัญหาด้วยการฟื้นฟูหลักกฎหมายให้มั่นคงเป็นอันดับ แรก ก่อนที่จะเข้าไปแก้ปัญหาอื่นๆ

การปะทะกันระหว่างชาวพุทธกับมุสลิมในรัฐยะไข่ครั้งล่าสุด เป็นผลให้มีผู้เสียชีวิตหลายสิบรายและไร้ที่อยู่อาศัยราว 30,000 คน ซึ่งการที่นางซู จี สงวนท่าทีต่อเหตุนองเลือดดังกล่าว ทำให้ผู้สนับสนุนในต่างประเทศพากันผิดหวัง รัฐบาลและชาวพม่าจำนวนมากมองว่า ชาวมุสลิมโรฮิงญาที่มีอยู่ราว 800,000 คน เป็นผู้ลักลอบเข้าเมืองจากบังกลาเทศ ทำให้ชาวโรฮิงญามีสถานภาพเป็นหนึ่งในชนกลุ่มน้อยที่ถูกกดขี่มากที่สุดตาม รายงานของสหประชาชาติ

(ที่มา) 
http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1352007691&grpid=&catid=06&subcatid=0600

วรดุลย์ ตุลารักษ์: เลือกตั้งสหรัฐ และด้านกลับของการเมืองระบบสองพรรค

วรดุลย์ ตุลารักษ์: เลือกตั้งสหรัฐ และด้านกลับของการเมืองระบบสองพรรค

 

 
วรดุลย์ ตุลารักษ์: เลือกตั้งสหรัฐ 2012

สัมภาษณ์ "วรดุลย์ ตุลารักษ์" นักวิจัยด้านเศรษฐกิจและแรงงาน มหาบัณฑิตด้านเศรษฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยแห่งรัฐเนแบรสกา ในโอกาสที่การเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาครั้งที่ 57 กำลังจะเริ่มขึ้นในวันที่ 6 พ.ย. นี้โดยเป็นการแข่งขันของผู้สมัครหลักๆ คือบารัก โอบา ประธานาธิบดีคนปัจจุบันจากพรรคเดโมแครต และมิตต์ รอมนีย์ ผู้สมัครประธานาธิบดีจากพรรครีพับลิกัน
 
(อ่านต่อ)
http://www.prachatai.com/journal/2012/11/43475

"Clean Clothes Campaign" ชุมนุมหน้าร้าน ESPRIT ที่เชียงใหม่ หลังคนงานตุรกีถูกเลิกจ้าง

"Clean Clothes Campaign" ชุมนุมหน้าร้าน ESPRIT ที่เชียงใหม่ หลังคนงานตุรกีถูกเลิกจ้าง

 


 
ESPRIT UP PAY NAW

นักกิจกรรมแรงงาน จากองค์กรรณรงค์เสื้อผ้าสะอาด รวมตัวหน้าร้าน ESPRIT กลางห้างในเชียงใหม่ เพื่อประท้วงกรณีคนงานที่ประเทศตุรกี 2,000 คนถูกเลิกจ้างโดยไม่ได้รับเงินชดเชย

เมื่อวานนี้ (3 พ.ย.) เวลา 20.30 น. ที่หน้าร้าน ESPRIT ภายในห้างเซ็นทรัลแอร์พอร์ต พลาซ่า จ.เชียงใหม่ นักกิจกรรมหญิงด้านแรงงาน 40 คน จาก Clean Clothes Campaign หรือองค์กรรณรงค์เสื้อผ้าสะอาด จากหลายประเทศ มารวมกันประท้วงกรณีคนงานที่ประเทศตุรกี 2,000 คนซึ่งถูกเลิกจ้างไม่ได้รับเงินชดเชยตามกฏหมาย

ทั้งนี้ นักกิจกรรมจากองค์กรรณรงค์เสื้อผ้าสะอาดได้ทำหนังสือถึงบริษัท เรียกร้องให้จ่ายเงินค่าชดเชยให้ทันที ขณะที่ในปัจจุปันคนงานที่ตุรกียังคงชุมนุมอยู่

(ที่มา) 
http://www.prachatai.com/journal/2012/11/43473

ปฏิญญาหน้าศาล อาทิตย์ 4 พย. 55

ปฏิญญาหน้าศาล อาทิตย์ 4 พย. 55



สภาเขี่ยทิ้ง ร่างแก้ ม.112 …ประชาชนจะไปต่อกันอย่างไร!!

พบกับ วาด รวี (ครก.112) และนักสิทธิพลเมืองเน็ต อีกหลายท่าน 

ปฏิญญาหน้าศาล อาทิตย์ 4 พย. 55
หน้าศาลอาญา รัชดา 13.00 น. 

พิเศษ!! อ.วิภา จากองค์กรเลี้ยวซ้าย จะมาบรรยายพิเศษ "วัฒนธรรมหมอบคลานคืออะไร" ช่วง 12.00-13.00 น.

อ หวาน ปฎิญญาหน้าศาล 4 11 2012
http://www.youtube.com/watch?feature=player_embedded&v=7POIj35xR3w 




ทนายเซียง และน้องแอน ทนายความคดีสุรภักดิ์ : มุมมองการต่อสู้คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์-112
อ วิภา ดาวมณี องค์กรเลี้ยวซ้าย 04พย55: http://youtu.be/1NK4w_WuqvI  via @youtube
รวมภาพและเสียง"ปฏิญญาหน้าศาล" โดย อ.หวาน แขกรับเชิญ"ทนายเซียง และน้องแอน ทนายความคดีสุรภักดิ์
http://www.konthaiuk.eu/forum/index.php?topic=23657.0

อ วิภา ดาวมณี องค์กรเลี้ยวซ้าย 04พย55
http://www.youtube.com/watch?v=1NK4w_WuqvI&feature=player_embedded 


ถ่ายทอดสดโดยทีมงานม้าเร็ว
http://speedhorse.blogsite.org/read.php?tid=3963 

อีสานโพล ฟันธง ปชช.90 % อยากให้กำนันผู้ใหญ่บ้านต้องมาจากการเลือกตั้ง อยู่ในตำแหน่ง 4-5 ปี

อีสานโพล ฟันธง ปชช.90 % อยากให้กำนันผู้ใหญ่บ้านต้องมาจากการเลือกตั้ง อยู่ในตำแหน่ง 4-5 ปี







วันนี้ (22 ต.ค. 55) อีสานโพล (E-Saan Poll) ศูนย์วิจัยธุรกิจและเศรษฐกิจอีสาน (ECBER) คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เผยผลสำรวจเรื่อง "ทัศนคติของชาวอีสาน ต่อบทบาทของกำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน” โดยผลสำรวจพบว่า กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ยังต้องการให้คงตำแหน่งกำนัน-ผู้ใหญ่บ้านไว้ และให้ประชาชนเลือกตั้งมาดำรงตำแหน่งวาระละ 4-5 ปี

ดร.สุทิน เวียนวิวัฒน์ หัวหน้าโครงการอีสานโพล เปิดเผยว่า การสำรวจนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสำรวจความคิดเห็นของคนอีสานต่อบทบาทของ กำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน โดยทำการสำรวจระหว่างวันที่ 20-21 ตุลาคม 2555 จากกลุ่มตัวอย่าง 723 ราย ในเขตพื้นที่ภาคอีสาน 20 จังหวัด ได้แก่ นครราชสีมา ขอนแก่น มหาสารคาม ร้อยเอ็ด กาฬสินธุ์ หนองคาย ชัยภูมิ เลย อุบลราชธานี อุดรธานี นครพนม หนองบัวลำภู สุรินทร์ บุรีรัมย์ ศรีสะเกษ สกลนคร มุกดาหาร ยโสธร อำนาจเจริญ และบึงกาฬ

ผลสำรวจพบว่า กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่กว่าร้อยละ 85.3 เห็นว่า ตำแหน่งผู้ใหญ่บ้าน ควรให้ดำรงตำแหน่งคราวละ 4-5 ปี รองลงมาอีกร้อยละ 13.0 เห็นว่าให้ดำรงตำแหน่งจนถึงอายุ 60 ปี ส่วนอีกร้อยละ 1.7 ไม่มีความเห็น สำหรับตำแหน่งกำนันตำบล ความเห็นของกลุ่มตัวอย่างเป็นไปในทิศทางเดียวกับตำแหน่งผู้ใหญ่บ้าน คือส่วนใหญ่ร้อยละ 85.8 เห็นว่าควรดำรงตำแหน่งคราวละ 4-5 ปี รองลงมา ร้อยละ 13 ให้ดำรงตำแหน่งจนถึงอายุ 60 ปี ส่วนอีกร้อยละ 1.2 มีความเห็นอื่นๆ เช่น ดำรงตำแหน่ง 2-7 ปี บางความเห็นระบุว่า ไม่ควรมีตำแหน่งกำนันตำบลแล้ว

สำหรับการได้มาซึ่งตำแหน่งกำนันตำบลนั้น กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ ร้อยละ 90.3 เห็นว่าควรจะมาจากการเลือกตั้งโดยประชาชน อีกร้อยละ 9.7 เห็นว่าให้ผู้ใหญ่บ้านเป็นตัวแทนในการเลือกกำนันตำบล และเมื่อถามต่อว่า ตำแหน่งกำนันและผู้ใหญ่บ้าน ยังควรให้คงมีอยู่ต่อไปหรือไม่ ส่วนใหญ่กว่าร้อยละ 88.5 เห็นว่า ยังควรให้มีอยู่ โดยเฉพาะในชนชท อีกร้อยละ 11.5 เห็นว่าควรยกเลิกตำแหน่งนี้ เนื่องจากมีองค์การบริหารส่วนตำบล และเทศบาล ทำหน้าที่อยู่แล้ว

(อ่านต่อ)
http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1350970721 

วันเสาร์ที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

ทางเลือกของเราที่จะข้ามพ้นความบ้าบอของระบบกลไกตลาด

ทางเลือกของเราที่จะข้ามพ้นความบ้าบอของระบบกลไกตลาด 

 

 

หากผลผลิตออกมามีมากจนขายทำกำไรไม่ได้ เทคนิคการผลิตที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นกว่าเดิมจะส่งผลให้มีการปลดคนงานและมี ความทุกข์ แทนที่มันจะช่วยให้ลดเวลาที่ต้องทำงานหนักลง หรือแทนที่มันจะช่วยเพิ่มมาตรฐานของชีวิตให้กับทุกคน

โดย อีริก รูเดอร์ : ทำให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ของนักสังคมนิยม ในเรื่องการวางแผนทางเศรษฐกิจ 
แปลโดย ครรชิต พัฒนโภคะ
ที่มา http://socialistworker.org/2012/08/30/our-alternative-to-market-madness


เศรษฐกิจโลกทุกวันนี้ ยังคงได้รับผลกระทบหลายอย่างจากวิกฤตล่าสุด ซึ่งร้ายแรงที่สุดนับตั้งแต่สมัยวิกฤต ในช่วงทศวรรษที่ 1930 เป็นต้นมา มันสร้างความเสียหายต่อเนื่องกระทบไปทั่วโลก การจ้างงานหายไป การเอาเปรียบแรงงานเข้มข้นมากขึ้น สำหรับคนที่ยังมีงานทำอยู่ สวัสดิการสังคม สาธารณูปโภคถูกจำกัดลดลง หรือไม่ก็ถูกแปรรูปการให้บริการไปเป็น บริษัทเอกชน

ขณะเดียวกัน ธนาคารและบริษัทต่างๆ กำลังเพลินกับตัวเลขสถิติผลประกอบการเป็นเงินสด ๒ ล้านล้านดอลล่าร์ ในภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมส่วนใหญ่ ผลการลงทุนมีกำไร และบ่อยๆ ครั้งที่ได้กำไรสูงทำลายสถิติ ส่วนเรื่องอัตราการเสียภาษีของบริษัท และผู้ประกอบการระดับเศรษฐีก็ทำสถิติเช่นเดียวกัน แต่เป็นอัตราต่ำตั้งแต่สมัยพระเจ้าเหา และนี่เกิดขึ้นในสมัยของรัฐบาลพรรคเดโมแครต ที่สัญญาว่าจะทำให้พวกคนรวยเสียภาษีที่เป็นธรรม

ขอต้อนรับสู่ระบบทุนนิยมในศตวรรษที่ ๒๑ ในโลกที่กลับตาลปัด ที่ความยากจนกระจายออกสู่คนหมู่มาก และความร่ำรวยอย่างเหลือเชื่อกลับกระจุกตัวในคนกลุ่มน้อย มาอยู่เคียงข้างกัน แต่มันไม่เหมือนกันกับในสมัยก่อน ในสังคมไพร่กับศักดินาที่การทำงานต่างๆ ยังไม่มีประสิทธิภาพ และทำให้ เสื้อผ้า อาหาร ที่อยู่อาศัย มีไม่เพียงพอสำหรับทุกๆ คนในสังคม วิกฤตของทุกวันนี้ เป็นผลมาจากความอุดมสมบูรณ์ที่มีมากจนล้นของสินค้าที่ผลิตออกมา ไม่ใช่ว่าจะขาดแคลน 

ขอยกตัวอย่างในสหรัฐอเมริกามีพื้นที่ว่างๆ ที่สามารถจะนำไปทำการค้า การอุตสาหกรรม หรือโรงงานได้ ประมาณหลายร้อยล้านตารางฟุต นับจนถึงเดือนกรกฎาคม การนำที่ดินมาทำประโยชน์ทางอุตสาหกรรม อยู่ที่ ๗๙.๓ เปอร์เซ็นต์ ต่ำกว่ามาตรฐานที่บันทึกไว้ แต่ก็ยังดีกว่าจุดต่ำที่ ๖๖.๘ เปอร์เซ็นต์ ในปี ๒๕๕๒ ที่เริ่มเกิดวิกฤตการเงิน 

ในช่วงเศรษฐกิจขาขึ้นของจีน การผลิตสินค้าออกมามากเกินไปนั้นกลับสร้างปัญหามากขึ้น อย่างที่ นสพ.นิวยอร์คไทม์ รายงานไว้ว่า.... 

“หลัง ๓ ทศวรรษของการเติบโตอย่างไม่ลืมหูลืมตา จีนกำลังพบกับปัญหาที่ไม่คุ้นเคย เกี่ยวกับการขยายตัวทางเศรษฐกิจหลังเปิดประเทศ การเพิ่มจำนวนอย่างมากของสินค้าที่ขายไม่ออกจนไม่มีที่เก็บ ปริมาณที่มากเกินไปของผลผลิตทุกอย่าง ตั้งแต่ พวกโลหะ และของใช้ในบ้าน ไปจนถึงรถยนต์ และอพาร์ทเม้นท์ ทำให้ความพยายามของจีนที่จะฟื้นตัวให้ได้จากภาวะเศรษฐกิจที่กำลังหดตัวลง นั้น ต้องมีอันชะงักไปอีก มันยังส่งผลให้เกิดสงครามราคาในตลาดโลก และชักนำให้ผู้ผลิตทั้งหลาย พากันเพิ่มความพยายามขึ้นอีกเท่าตัว ในการส่งออกสินค้าที่ล้นตลาดและขายไม่ได้ในประเทศ” 

นวัตกรรมใหม่ๆ ทางเทคโนโลยี่ ซึ่งได้สร้างผลผลิตขึ้นอย่างมหาศาล อย่างไม่น่าเชื่อในระบบทุนนิยม สายการประกอบชิ้นส่วนผลิตภัณฑ์ การใช้หุ่นยนตร์ สามารถจะช่วยให้มนุษย์พ้นไปจากความยากจน ความหิว และความต้องการต่างๆ ได้อย่างถาวร

แต่ในสังคมนายทุน ปัญหาว่าจะผลิตอะไรและเท่าไหร่ไม่ได้ตัดสินกันบนพื้นฐานว่า ผู้คนทั้งหลายต้องการอะไรบ้าง เพื่อการเอาชีวิตให้อยู่รอด มันตัดสินกันที่ว่าอะไรจะทำกำไรได้ให้กับเจ้าของสำนักงาน โรงงาน และกับสถานที่ทำการก่อสร้าง