หน้าเว็บ

วันอาทิตย์ที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

กราบขออภัย รอยัลลิสต์ ทุกทั่น

กราบขออภัย รอยัลลิสต์ ทุกทั่น





ตามที่ผมได้เคยเข้าใจผิดกรณีที่พวกทั่นเอา "หน้ากากกาย ฟอคซ์" ไปใช้ โดยผมได้พูดทำนองว่ามันเข้ากันไม่ได้/ผิดฝาผิดตัวกับการเป็นรอยัลลิสต์ของพวกทั่น เพราะชายชื่อกาย ฟอคซ์ ตัวจริงนั้นร่วมอยู่ในขวนการลอบสังหารกษัตริย์ (กษัตริย์เจมส์ ที่ 1 แห่งอังกฤษ) จนทำให้ผมรู้สึกว่าการกระทำของพวกทั่นเป็นเรื่องตลกขำขัน

ขอเรียนว่า บัดนี้ผมได้ตาสว่างแล้ว ซึ่งทั้งหมดต้องยกความดีความชอบให้กับ มิตรสหายท่านหนึ่ง ที่กรุณาส่งรูปนี้มาทางหลังไมค์เพื่อเป็นการเตือนสติผม

พลันที่ผมได้เห็นรูปนี้ผมก็เข้าใจทันทีว่าเอาเข้าจริงแล้วพวกทั่นไม่ได้มีอะไรที่ขัดแย้งกับ "กาย ฟอคซ์" เลย 
 
จริงอยู่ว่ากาย ฟอคซ์ สมรู้ร่วนคิดกันเพื่อลอบสังหารกษัตริย์ แต่นั่นไม่ใช่เพราะเขานิยมสาธารณรัฐหรืออะไรแบบนั้น แต่เขาแค่ต้องการฆ่ากษัตริย์คนเดิมเพื่อเปลี่ยนตัวกษัตริย์เท่านั้นเอง

 
ผมตระหนักแล้วว่าพวกทั่นนั้นเหมาะสมมากๆกับการใชหน้ากากดังกล่าว


จึงกราบขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย 
 
โชติศักดิ์ อ่อนสูง    




http://www.youtube.com/watch?v=PER8f7bQIlg


http://www.telegraph.co.uk/news/uknews/scotland/4044825/Robert-Burns-was-a-republican-who-sympathised-with-the-French-revolution.html
 

ปล่อยไปเถอะ “สหาย” ไทยที่ใส่หน้ากากกาย ฟอว์กส์เพื่อปกป้องเจ้า คนไทยทั่วไปยังไม่รู้ด้วยซ้ำไปว่า “เพลงสามัคคีชุมนุม” ที่มีเนื้อร้องเชียร์เจ้านั้นลอกทำนองมาจากเพลง “Auld Lang Syne” (พากย์อังกฤษว่า “Old Long Since”) โดย Robert Burns คนแต่งเป็นกวีชาวสก็อตซ์และเป็น republican เขามีชีวิตในยุคปฏิวัติฝรั่งเศส อเมริกา และรัสเซีย และนิยมการปฏิวัติฝรั่งเศสครับ

บทกวีของเขาว่าด้วยความเท่าเทียมกันของมนุษย์ ศักดิ์ศรีของผู้หญิง และความเลวร้ายของสถาบันเจ้า เป็นบทกวีที่ถูกใช้เพื่อปลุกระดมคนให้ปลดแอกจากศักดินา

รูป: เป็น “กาย ฟอว์กส์” Berish ที่ประท้วงการโกงการเลือกตั้งในมาเลเซียครับ
 

นิราศสนามหลวง


นิราศสนามหลวง



 

อยากแก้ผ้า เปลือยหมด ขี่รถซิ่ง
ขับวนวิ่ง ทั่วเขตคาม สนามหลวง
แม่พระธรณี บีบผมฯ ระทมทรวง
แมลงสาบ ติดบ่วง ลิ้นของตน


ศาลฎีกา มิบมุบ แอบทุบตึก
ลบจารึก คณะราษฎร์ฯ พินาศป่น
ผ่านหลักเมือง การเมือง เรื่องชอบกล
มันสับสน ยิ่งนัก ไร้หลักการ


ดูปืนใหญ่ ตานี ที่กลาโหม
ก้องข่าวโคม ปฏิวัติ รัฐประหาร
ปัตตานี ไฟใต้ ไหม้มานาน
เลือดนองย่าน นองหล้า แม่ตานี


ไม่อาจแวะ ไหว้พระแก้ว เพราะเปลือยโป๊
จึงดูโชว์ หมู่สหาย ขายศักดิ์ศรี
เราแก้ผ้า ท้าทาย กายอินทรีย์
แต่เขาซี เปลื้องวิญญา ค้าวิญญาณ


เอาเขียวห่ม หมวกหุ้ม ชุมนุมเชื่อง
เดินเซื่องเซื่อง เข้าคอก บอกย้ายฐาน
แสนอนาถ อุบาทว์ตา กว่าทนทาน
บิดกลับบ้าน รีบหยอดยา ตากุ้งยิง
 
 
 
 

วันศุกร์ที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

เสื้อแดงอย่าหวังความยุติธรรมจากรัฐบาลยิ่งลักษณ์

เสื้อแดงอย่าหวังความยุติธรรมจากรัฐบาลยิ่งลักษณ์ 

 

 
โดย อ.ใจ อึ๊งภากรณ์

วัน ครบรอบสังหารหมู่เสื้อแดงผู้รักประชาธิปไตยเวียนมาอีกครั้ง แต่ไม่ว่าจะครบรอบกี่ปีในอนาคต ถ้าเสื้อแดงไปฝากความหวังไว้กับรัฐบาลเพื่อไทย หรือแก้ตัวแทนยิ่งลักษณ์ วันครบรอบนี้จะเวียนมาอีกเรื่อยๆ จนเราตายหมด โดยที่ฆาตกรมือเปื้อนเลือด ประยุทธ์ อนุพงษ์ อภิสิทธิ์ และ สุเทพ ไม่มีวันถูกจับขึ้นศาลและลงโทษ ต่างจากสิ่งที่เกิดขึ้นในอาเจนทีนา หรือตูรกี 

คนที่อยากเปิดหูลืมตา คงเห็นมานานว่า เพื่อไทย ยิ่งลักษณ์และทักษิณ ทำข้อตกลงกับทหารตั้งแต่สมัยชนะการเลือกตั้ง ตอนนี้เลยไม่เอ่ยถึงบทบาทประยุทธ์และอนุพงษ์ในการฆ่าเสื้อแดงมานาน พูดแต่เรื่องอภิสิทธิ์เท่านั้น แต่เป็นแค่ละครเพื่อป้อนให้เสื้อแดงหัวอ่อน ทักษิณเองก็พูดว่าตัวเองไม่มีข้อขัดแย้งกับทหาร ขัดแย้งกับประชาธิปัตย์เท่านั้น และแกนนำ นปช. ก็คล้อยตาม ส่วนยิ่งลักษณ์ก็จับมือกับประยุทธ์ ก้มหัวให้เปรม และกอดเผด็จการโหดของบาห์เรน

เรื่องศาลอาญาระหว่างประเทศค่อยๆ ขยับออกไปทีละนิด โดยที่ฝ่ายต่างๆ หวังว่าทุกคนจะลืม รัฐบาลไม่มีวันยอมรับอำนาจศาลอาญาระหว่างประเทศ เพราะนอกจากจะทำลายแนวร่วมกับทหารแล้ว ยังจะเปิดประตูให้มีการสืบข้อมูลทักษิณในเรื่องอาชญากรรมที่ตากใบ และการฆ่าวิสามัญในสงครามยาเสพติด

ยิ่งลักษณ์ ทักษิณ และเพื่อไทย จำเป็นต้องสร้างภาพว่า “กำลังทำอะไรบางอย่าง” เรื่องการฆ่าเสื้อแดง หรือเรื่องรัฐประหาร ๑๙ กันยา เช่นคำปราศัยของยิ่งลักษณ์ที่มองโกเลีย เพราะถูกกดดันจากเสื้อแดงเอง แต่ที่สำคัญด้วยคือมันเป็นข้อต่อรองกับทหารเพื่อให้ทหารยอมให้ทักษิณกลับ เมืองไทยในอนาคต มันไม่ใช่ว่าจะเอาจริง ถ้าทักษิณกลับได้ก็จะเลิกทำ 

ยิ่งลักษณ์ ทักษิณ และเพื่อไทย เป็นซีกหนึ่งของชนชั้นปกครองไทย และชนชั้นปกครองไทยทั้งชนชั้นไม่ต้องการให้มีการยกเลิก 112 ชน ชั้นปกครองไทยทุกซีกมีประวัติในการใช้สถาบันกษัตริย์เพื่อเป็นเครื่องมือใน การปราบคนที่คิดต่าง ดังนั้นตามลำพังรัฐบาลนี้ไม่มีวันปล่อยนักโทษ 112 และยกเลิกกฏหมายเผด็จการอันนี้

ล่าสุดรัฐบาลยิ่งลักษณ์กำลังเสนอนโยบายสาธารณสุขที่หมุนนาฬิกากลับสู่ยุค ก่อนรัฐบาลทักษิณ ข้อเสนอให้ประชาชน “ร่วมจ่าย” เวลาไปรักษาพยาบาล เป็นการทำลายอุดมการณ์ของระบบสุขภาพถ้วนหน้าภายใต้แนวคิดของพวกคลั่งเสรี นิยมกลไกตลาด มันเป็นการหันหลังให้รัฐสวัสดิการ และในเรื่องนี้ประชาธิปัตย์กับเพื่อไทยมองไม่ต่างกันเลย เราจะเห็นว่าความคิดประชานิยมของทักษิณในช่วงแรกๆ ที่ให้ความสำคัญกับความต้องการของคนจนบ้าง สูญหายไปแล้วในรัฐบาลยิ่งลักษณ์ สรุปแล้ว ยิ่งลักษณ์กับพรรคพวกมองว่าเขาทำอะไรก็ได้ เสื้อแดงก็จะยอมทุกอย่าง เหมือนกับว่าเราสู้มาเพื่อให้พรรคเพื่อไทยเป็นรัฐบาลหรือเป็นเจ้านาย ยอมนอนลงเพื่อให้พรรคเพื่อไทยเดินเหยียบขึ้นไปสู่ชัยชนะในการเลือกตั้ง ยอมจำนนปิดหูปิดตาตนเองเมื่อรัฐบาลหักหลังวีรชนที่ถูกทหารกับประชาธิปัต ย์ฆ่า เงียบแกล้งลืมนักโทษการเมือง และยอมจำนนเมื่อรัฐบาลทิ้งคนจน โดยเฉพาะเกษตรกรรายย่อยและผู้ไม่มีงานประจำทำ ในเรื่องการรักษาพยาบาล

เสื้อแดงทุกกลุ่มไม่ใช่ว่าจะก้าวหน้า บางกลุ่มเช่นพวกที่อ้างว่า “รักเชียงใหม่” ทำตัวเหมือนอันธพาลเผด็จการ ไม่ต่างจากสลิ่ม ต่อต้านคนรักเพศเดียวกัน และต่อต้านคนจนที่มาประท้วง กลุ่มอื่นก็ต่อต้านชาวมาเลย์มุสลิมที่ถูกกดขี่ในภาคใต้ พวกนี้ไม่ใช่นักประชาธิปไตย และในอนาคตเขาอาจกลับลำเป็นอันธพาลเสื้อเหลืองได้ง่าย

เสื้อแดงก้าวหน้าที่อยากเห็นสังคมไทยพัฒนามากขึ้นในเรื่องความยุติธรรม ความเท่าเทียม และเสรีภาพ ต้องรวมตัวกันดีกว่านี้ ต้องมีองค์กรร่วมกัน ต้องกล้าเสนอแนวทางที่อิสระจากพรรคเพื่อไทย และ นปช. เพื่อไม่ให้วันครบรอบสังหารหมู่เสื้อแดงเวียนมาอีกเรื่อยๆ โดยไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงเลย
 
(ที่มา)
http://redthaisocialist.com/2011-01-20-12-41-04/414-2013-05-18-10-07-58.html

พรบ นิรโทษกรรม

พรบ นิรโทษกรรม






(คลิกฟัง)
https://www.youtube.com/watch?v=lhWXIKSOXIw&list=UUskBN8tiGAZQK4XS5EK-wuQ&index=1

พ.ร.บ.ปรองดอง กับ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง

พ.ร.บ.ปรองดอง กับ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง

 

 
 
โดย อ.พิชิต ลิขิตกิจสมบูรณ์ 
 
ในระยะสองเดือนมานี้ พรรคเพื่อไทยได้ดำเนินการรุกทางการเมืองในขอบเขตจำกัด ด้วยการผลักดันร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตรา มุ่งเฉพาะ “ลดเขี้ยวเล็บ” ของพวกเผด็จการที่ใส่ไว้ในรัฐธรรมนูญ 2550 พร้อมทั้งผลักดันร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรม ที่จะคืนความเป็นธรรมให้กับเฉพาะประชาชนและนักโทษการเมืองที่เข้าร่วมการ ต่อสู้ตลอดกว่าหกปีมานี้ โดยยังไม่รวมแกนนำและนักการเมืองของทั้งสองฝ่าย และไม่รวมถึงเจ้าหน้าที่รัฐที่มีส่วนในการปราบปรามประชาชนเมื่อเมษายน 2552 และสังหารหมู่ประชาชนเมื่อเมษายน-พฤษภาคม 2553

ปาฐกถาพิเศษของนายกรัฐมนตรีนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ณ การประชุมประชาคมประชาธิปไตย ที่กรุงอูลานบาตอร์ ประเทศมองโกเลีย เป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่า พรรคเพื่อไทยได้มีการเปลี่ยนแปลงจังหวะก้าวทางการเมืองครั้งสำคัญที่สุดนับ ตั้งแต่ชนะการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อ 3 กรกฎาคม 2554

กว่าหนึ่งปีที่ผ่านมา รัฐบาลและแกนนำพรรคเพื่อไทยได้แสดงท่าทีประนีประนอม กระทำทุกอย่างเพื่อ “ขอหย่าศึก” กับฝ่ายเผด็จการแฝงเร้น แนวทางดังกล่าวอาจเป็นสิ่งจำเป็นทางการเมืองในระยะแรกเนื่องจากเป็นเวลาที่ นายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีเพิ่งเข้ามารับตำแหน่งใหม่ๆ ยังไม่สามารถยึดกุมอำนาจการบริหารของประเทศได้อย่างเต็มที่ อีกทั้งป้อมค่ายของฝ่ายเผด็จการที่ยังเข้มแข็งและพร้อมที่จะรุมขย้ำรัฐบาล ใหม่เมื่อใดก็ได้

ความพยายามของแกนนำพรรคเพื่อไทยที่จะ “เกี้ยเซี้ย” กับฝ่ายเผด็จการมาถึงจุดสำคัญในช่วงพฤษภาคม-มิถุนายน 2555 เมื่อ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร “ประกาศสละเรือ” จากนั้น พรรคเพื่อไทยก็เร่งเสนอพระราชบัญญัติปรองดองแห่งชาติเข้าสู่สภา โดยมีเนื้อหา “นิรโทษกรรมเหมาเข่ง” ให้กับทุกคนทุกฝ่ายโดยไม่แยกแยะ พรรคเพื่อไทยไม่ฟังเสียงคัดค้านจากประชาชนผู้รักประชาธิปไตยในเวลานั้นก็ เพราะแกนนำพรรคเพื่อไทยกำลังเพ้อฝันไปว่า ฝ่ายเผด็จการแฝงเร้นได้ “เปิดไฟเขียว” ยอมประนีประนอมด้วยแล้ว

วันศุกร์ที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2556

วันสำคัญเดือนพฤษภา วันสว่างคาตา ( ตอนที่ 1 )

วันสำคัญเดือนพฤษภา วันสว่างคาตา ( ตอนที่ 1 )




โดย ยังดี โดมพระจันทร์

เดือนพฤษภานี้มีวันสำคัญไล่เรียงกันไปอยู่หลายวัน วันเหล่านี้มีสิ่งที่ร่วมกันคือเป็นวันประวัติศาสตร์หรือวันในอดีตที่ถูกบิด เบือนไปจากวันที่ควรจะเป็น เช่น 1 พฤษภา วันกรรมกรสากล 5 พฤษภา วันจิตร ภูมิศักดิ์ 11 พฤษภา วันปรีดี พนมยงค์ 17 พฤษภา วันพฤษภาทมิฬ และ วันที่ 19 พฤษภา วันตาสว่าง แต่ละวันมีบันทึกเรื่องราวที่น่าสนใจให้เราท่านมาช่วยกันติดตาม

1 พฤษภา วันกรรมกรสากล วันนี้ถูกเปลี่ยนเป็นวันแรงงานแห่งชาติ

วันกรรมกรสากล หรือ วันเมย์เดย์ (May Day) มีจุดกำเนิดมาจากการต่อสู้ของชนชั้นกรรมาชีพในยุโรปและอเมริกา ในยุคของการปฏิวัติจากสังคมเกษตรไปสู่สังคมอุตสาหกรรมส่งผลให้ผู้คนอพยพไป เป็นแรงงานภาคอุตสาหกรรม และถูกกดขี่ขูดรีดจากนายทุน ถูกบังคับใช้งานเยี่ยงทาส ทำงานหนัก 14-16 ชั่วโมงต่อวันโดยไม่มีวันหยุด ไม่มีทั้งสวัสดิการและมาตรฐานคุ้มครองความปลอดภัยในการทำงาน สภาพดังกล่าว เป็นสาเหตุให้กรรมกรผู้ใช้แรงงานเคลื่อนไหวเพื่อต่อสู้ และลุกลามไปหลายประเทศทั้งในยุโรป อเมริกา ละตินอเมริกา ญี่ปุ่น และออสเตรเลีย จากเหตุการณ์เดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2429 คนงานแห่งเมืองชิคาโก ประเทศอเมริกา ได้นัดหยุดงานครั้งใหญ่และจัดการชุมนุมเดินขบวนเพื่อเรียกร้องระบบสามแปด คือ ทำงาน 8 ชั่วโมง พักผ่อน 8 ชั่วโมง และศึกษาหาความรู้ 8 ชั่วโมง รัฐนายทุนได้ใช้กำลังเข้าปราบปรามอย่างรุนแรง ต่อมาสหพันธ์คนงานแห่งอเมริกาซึ่งได้รับอิทธิพลแนวคิดสังคมนิยมก็ได้ฟื้นการ ต่อสู้เรียกร้องระบบสามแปดอีกครั้งหนึ่งโดยมีมติให้เดินขบวนทั่วประเทศเมื่อ วันที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ.2433 เรียกร้องให้ลดชั่วโมงทำงานตามที่สหพันธ์คนงานแห่งอเมริกาได้กำหนดไว้ และได้กำหนดให้วันที่ 1 พฤษภาคมของทุกปีเป็นวันกรรมกรสากล เป็นสัญลักษณ์แห่งการสามัคคีต่อสู้เพื่อปลดปล่อยชนชั้นกรรมกร ซึ่งกรรมกรทั่วโลกจะจัดให้มีการชุมนุมเดินขบวน เพื่อสร้างวัฒนธรรมการต่อสู้เพื่อปลดปล่อยจากการกดขี่ขูดรีดของทุนนิยม  

สำหรับประเทศไทยเคยมีการจัดงานวันกรรมกรสากลอย่างเปิดเผยครั้งแรก ในวันที่ 1 พฤษภาคม 2489 ที่สนามหน้าสำนักงานสมาคมไตรจักร์ (สามล้อ) พระราชวังอุทยานสราญรมย์ มีผู้เข้าร่วมประมาณสามพันคน และปีต่อมามีการชุมนุมวันกรรมกรสากลที่ท้องสนามหลวง ภายใต้คำขวัญ “ กรรมกรทั้งหลาย จงสามัคคีกัน” แต่หลังการรัฐประหารยึดอำนาจเมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2490 รัฐบาลเผด็จการสฤษดิ์ ธนะรัตน์ ได้ห้ามจัดงานวันกรรมกรสากลอย่างเด็ดขาด จนกระทั่งในปี 2499 กรรมกร 16 หน่วย รวมตัวกันเป็นขบวนการเพื่อรณรงค์ให้รัฐบาลเร่งออกกฎหมายรับรองสิทธิด้าน ต่างๆ และเคลื่อนไหวให้มีการจัดงานวันกรรมกรสากลขึ้นอีก ผลการเจรจาต่อรองกับรัฐบาล ทำให้กรรมกรจำต้องยอมรับเงื่อนไขให้เปลี่ยนชื่อ วันกรรมกรสากล เป็น วันแรงงานแห่งชาติ การควบคุมแทรกแซงโดยรัฐบาลเผด็จการทำให้วันกรรมกรสากลถูกแทรกแซงตลอดมา ( ข้อมูลจากกลุ่มประชาธิปไตยเพื่อรัฐสวัสดิการ http://www.thaingo.org/writer/view.php?id=750 )  

ขบวนการขวาพิฆาตซ้าย และสังหารหมู่กดการต่อสู้ของกรรมกร

ในการรัฐประหาร 6 ตุลา 2519 ชนชั้นปกครองรวมหัวกันสร้างขบวนการขวาพิฆาตซ้าย และสังหารหมู่นักศึกษาประชาชนที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ คณะนายทหาร 3 เหล่าทัพและอธิบดีกรมตำรวจ นำโดย พลเรือเอกสงัด ชลออยู่ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด เข้ายึดอำนาจจากรัฐบาลพลเรือนของ หม่อมราชวงศ์เสนีย์ ปราโมช โดยใช้ชื่อว่า คณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน ออกประกาศคณะปฏิรูปออกมาหลายฉบับ โดยมากมีเนื้อหาควบคุมเพื่อสถานการณ์ให้อยู่ในความสงบเรียบร้อย และตั้งให้ นายธานินทร์ กรัยวิเชียร (ปัจจุบันเป็นองคมนตรี) ขึ้นดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี โดยนายทหารในคณะปฏิรูปการปกครองได้เปลี่ยนสถานะของตัวเองเป็น สภาปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน มีสมาชิก 340 คน ทำหน้าที่เหมือนรัฐสภาและฝ่ายนิติบัญญัติ ให้การสนับสนุนรัฐบาลนายธานินทร์ โดยที่คณะรัฐบาลนายธานินทร์มีคณะรัฐมนตรีเพียง 17 คนเท่านั้น และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมก็คือ พลเรือเอกสงัด ชลออยู่ นั่นเอง ซึ่งนายธานินทร์ได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนต่อมาว่า รัฐบาลเสมือนหอยที่อยู่ในเปลือก โดยมีนัยถึงเป็นรัฐบาลที่มีคณะนายทหารคอยให้ความคุ้มกัน จึงได้รับฉายาว่า รัฐบาลหอย รัฐบาลคณะนายธานินทร์ กรัยวิเชียร ดำเนินนโยบายทางการเมืองอย่างขวาตกขอบ มีการจับกุมและทำร้ายผู้ที่สงสัยว่าอาจกระทำการเป็นคอมมิวนิสต์อย่างรุนแรง โดยอาศัยรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2519 มาตราที่ 21 จึงทำให้นายกรัฐมนตรีมีอำนาจสูงสุด การจัดกิจกรรมในวันแรงงานแห่งชาติในปี 2520 จึงต้องงดไป

การดำเนินงานของคณะรัฐบาลนายธานินทร์ กรัยวิเชียร ประสบกับปัญหาตลอดด้วยนโยบายขวาตกขอบที่โลกไม่ยอมรับ ในที่สุดคณะนายทหารในสภาปฏิรูปการปกครองแผ่นดินชุดเดิมที่นำโดย พลเรือเอกสงัด ชลออยู่ จึงกระทำการรัฐประหารอีกครั้งในวันที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2520 และแต่งตั้ง พลเอกเกรียงศักดิ์ ชมะนันท์ ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีแทน สถานการณ์ต่างๆจึงเปลียนไปมีการผ่อนคลายทางการเมืองมากขึ้น จากรูปแบบการปราบปรามฝ่ายก้าวหน้ามาเป็นการหลอกลวง รัฐบาลเกรียงศักดิ์อาศัยการสร้างความสัมพันธ์กับผู้นำกรรมกร ได้ดึงเอาผู้นำบางส่วนมาหนุนอำนาจรัฐ รูปแบบการจัดงานวันกรรมกรนับแต่ยุคนี้จึงกลายเป็นการผลักดันของรัฐบาล และกระทรวงแรงงาน โดยเชิญหัวหน้ารัฐบาลหรือตัวแทนมาร่วมเป็นประธานจัดงาน เพื่อควมคุมการเคลื่อนไหวของกรรมกร โดยเน้นกิจกรรมบันเทิงสนุกสนานแข่งกัฬา เตะตะกร้อ แจกถุงยางอนามัย ฯลฯ ภายหลังการเลือกตั้งปี 2522 แนวทางการสร้างความปรองดองที่พลเอกชวลิต ยงใจยุทธ ใช้ได้ผลคือ คำสั่ง 66/2523 ปรากฏเป็นผลงานทางการเมืองชิ้นสำคัญ นักศึกษา ประชาชน และผู้นำแรงงานที่เคยหลบหนี และเข้าไปต่อสู้ร่วมกับพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยในเขตป่าเขาต่างทะยอยก ลับสู่เมือง รัฐบาลพลเอกเปรม ติณสูลานนท์ นายกรัฐมนตรีที่ไม่ต้องมาจากการเลือกตั้งขณะนั้นได้มาเป็นประธานในงานวัน กรรมกรที่ท้องสนามหลวง

การจัดงานวันกรรมกรกลับถูกจำกัดให้อยู่แค่ในพื้นที่สนามกีฬา
 

ในปีที่มีการรัฐประหารปี 2534 คณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ (รสช.) ได้ยึดอำนาจจากรัฐบาล ซึ่งมีพลเอกชาติชาย ชุณหะวัณ เป็น นายกรัฐมนตรี โดยให้เหตุผลว่า มีการโกงกินคอร์รัปชั่นอย่างหนักในรัฐบาล และรัฐบาลแทรกแซงสถาบันทหาร วันที่ 26 กุมภาพันธ์ รสช.มีคำสั่งให้บรรดาผู้นำสหภาพแรงงานเข้ารายงานตัวที่หอประชุมกองทัพบก เพื่อ แถลงนโยบายและเหตุผลในการยึดอำนาจ โดยมีพลเอกสุจินดา คราประยูร เป็นผู้ชี้แจง เขาพูดเอาใจกรรมกรว่า "ทุกข์ของกรรมกรถือเป็นทุกข์ของทหาร" แต่การจัดงานวันกรรมกรกลับถูกจำกัดให้อยู่แค่ในพื้นที่สนามกีฬาไทย- ญี่ปุ่นดินแดง แถมมีรถโคชมาคอยรับส่งเพื่อไม่ให้เดินขบวน เสรีภาพถูกปล้น ผู้กรรมกรถูกคุกคาม ห้ามพูดห้ามแสดงความคิดเห็นทางการเมือง โดยเฉพาะสำหรับทนง โพธิอ่านผู้นำกรรมกรคนสำคัญ เมื่อ รสช. ประกาศจะยกเลิก

สหภาพแรงงานของคนงานรัฐวิสาหกิจ ทนงได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนว่า "ถ้าคณะ รสช.ยังยืนยันจะดำเนินการในเรื่องนี้ ไม่เฉพาะคนงานในสหภาพรัฐวิสาหกิจเท่านั้นที่จะเคลื่อนไหว แต่ผู้ใช้แรงงานทุกระดับคงคัดค้านแน่" เขาประณามการประกาศใช้กฎอัยการศึกว่า เป็นการปิดหูปิดตาประชาชน ทนงได้เรียกประชุมสภาแรงงานแห่งประเทศไทยเพื่อพิจารณามาตรการตอบโต้คณะ รสช.ในประเด็นแยกรัฐวิสาหกิจออกจากกฎหมายแรงงาน ภายหลังการประชุมเขาได้แสดงทัศนะอย่างแข็งกร้าวต่อคณะ รสช.ว่า "ทหารกำลังสร้างปัญหาให้กับกรรมกรด้วยการยุบสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจและออกประกาศ รสช. ฉบับที่ 54 และขอฝากเตื่อนถึงบิ๊กจ๊อด อย่านึกว่าเป็นใหญ่ในแผ่นดินแล้วจะทำอะไรก็ได้ ต้องฟังเสียงประชาชนบ้าง เวลานี้ทหารทำให้กรรมกรเป็นทุกข์ ดังนั้นควรทำอะไรให้รอบคอบ วันนี้สามช่า วันหน้าอาจไม่มีแผ่นดินอยู่"  การ เคลื่อนไหวของทนงจึงได้รับการตอบสนองจากขบวนการแรงงานสากลอย่างกว้างขวาง ในฐานะตัวเชื่อมระหว่างขบวนการแรงงานไทยกับขบวนการแรงงานสากล ทำให้ทนงถูกเพ่งเล็งเป็นพิเศษ วันที่ 14 มิถุนายน 2534 สภาแรงงานแห่งประเทศไทยภายใต้การนำของทนงได้จัดการประชุมใหญ่กลางท้องสนาม หลวงเย้ยอำนาจ รสช.เรียกร้องให้คืนสหภาพแรงงานให้คนงานรัฐวิสาหกิจและยกเลิกประกาศ รสช.ฉบับ 54 แล้ววันที่ 19 มิถุนายน 2534 เขาก็ได้ถูกทำให้หายตัวไปอย่างลึกลับไร้ร่องรอย จากนั้นก็ไม่มีผู้ใดพบเห็นหรือได้ข่าวที่แท้จริงเกี่ยวกับทนงอีกเลย ( ข้อมูลจากประชาไท http://prachatai.com/journal/2006/06/8720 )



 

แม้จะมีรัฐบาลประชาธิปไตยครึ่งใบ เต็มใบ วันนี้ก็ยังคงถูกซ่อนเร้นจากความเป็นสากล ทั้งเนื้อหา และรูปแบบของการจัดงานยังคงถูกควบคุมโดยรัฐบาล และบริษัทเอกชนที่เป็นผู้ให้การสนับสนุนงบประมาณในการจัดงาน กรรมกรแทนที่จะภูมิใจในชนชั้นตน ในฐานะผู้สร้างโลก กลับปฏิเสธคำๆนี้ เลี่ยงไปใช้ว่า ผู้ใช้แรงงานแทน ไม่เท่านั้นยิ่งในยุคหลังรัฐประหาร 2549 ยุคที่สีเหลืองเฟื่องฟู ยุคที่รัฐบาลอำมาตย์เข่นฆ่าพี่น้องประชาชนบนท้องถนน ปล้นประชาธิปไตยและความยุติธรรมในสังคม ยุคที่พี่น้องเราต้องถูกคุมขังจองจำด้วยข้อหาลมๆแล้งๆ กรรมกรยุคนี้ต้องสวมใส่เสื้อสีเหลืองเอาใจอำมาตย์ในการเคลื่อนขบวนวัน เมย์เดย์ กรรมกรต้องใส่เสื้อสีชมพูกันสลอนในรัฐบาลที่แต่งตั้งมาโดยทหาร กรรมกรไทยต้องนำวันอันเป็นสากลไปผูกติดกับการยกย่องประมุขของประเทศ แทนการยกย่องกรรมกรผู้ใช้แรงงานด้วยกัน การรัฐประหารแต่ละครั้งทำให้ขบวนการกรรมกรหดเล็กลงๆ กรรมกรไม่มีศีกดิ์ศรีแม้แต่จะกำหนดวันของตนเอง



คงมีแต่พลังคนเสื้อแดงที่มีดวงตาสว่างไสวจะช่วยกันชุบชีวิต ฟื้นคืนการต่อสู้ร่วมกับกรรมกรฝ่ายก้าวหน้าให้วันกรรมกรกลับมามีคุณค่าและ ความหมายอีกครั้ง เพื่อปกป้องศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ผดุงความยุติธรรม และรังสรรค์วัฒนธรรมของชาวกรรมาชีพต่อไป วันที่ 1 พฤษภานี้ขอเชิญกรรมกรแดงผู้รักประชาธิปไตยไปร่วมกันเดินขบวน แปดโมงเช้าที่ลานพระรูป
( พบกับเรื่องราวของ วันที่ 5 พฤษภา วันจิตร ภูมิศักดิ์ วันที่ 11 พฤษภา วันปรีดี พนมยงค์ 17 พฤษภา วันพฤษภาทมิฬ วันที่ 19 พฤษภา วันตาสว่าง ในนสพ.เลี้ยวซ้าย เดือนถัดไป )






(ที่มา) 
http://turnleftthai.blogspot.dk/2013/04/1.html 
         

Wake Up Thailand

Wake Up Thailand
 

Coffee with : นนทวัฒน์ นำเบญจพล และ ภาณุ อารี

Wake Up Thailand ประจำวันที่ 26 เมษายน 2556  ตอนที่ 2
Coffee with : นนทวัฒน์ นำเบญจพล และ ภาณุ อารี 
http://www.dailymotion.com/video/xzby3y_coffee-with-yyyy-yy 


อย่าปล่อยให้เรื่องน้ำมันเสี้ยม'แดง' 

Wake Up Thailand ประจำวันที่ 26 เมษายน 2556  ตอนที่ 1
อย่าปล่อยให้เรื่องน้ำมันเสี้ยม'แดง' 
http://www.dailymotion.com/video/xzbxeb_yy-yyy 


สภาอุตสาหกรรม เลิกเป็นลูกแหง่สักที  
 
Wake Up Thailand ประจำวันที่ 25 เมษายน 2556  ตอนที่ 2
เพื่อไทยทำลายมรดกไทยรักไทย ? 
http://www.dailymotion.com/user/VoiceTV/1#video=xzaqsu


สภาอุตสาหกรรม เลิกเป็นลูกแหง่สักที

Wake Up Thailand ประจำวันที่ 25 เมษายน 2556  ตอนที่ 1
สภาอุตสาหกรรม เลิกเป็นลูกแหง่สักที 
http://www.dailymotion.com/user/VoiceTV/1#video=xzaok4 

 
เป็นชนกลุ่มน้อยอยู่ยาก...ต้องเป็นชนชั้นปกครอง 
 
Wake Up Thailand ประจำวันที่ 24 เมษายน 2556  ตอนที่ 2 
เป็นชนกลุ่มน้อยอยู่ยาก...ต้องเป็นชนชั้นปกครอง
http://www.dailymotion.com/user/VoiceTV/2#video=xz9m5h 


ตรวจสอบม็อบ หรือ จะตรวจสอบศาลรัฐธรรมนูญ

Wake Up Thailand ประจำวันที่ 24 เมษายน 2556  ตอนที่ 1
ตรวจสอบม็อบ หรือ จะตรวจสอบศาลรัฐธรรมนูญ 
http://www.dailymotion.com/user/VoiceTV/2#video=xz9lfw