วันเสาร์ที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2555
มูบารัคถูกตัดสินจำคุกตลอดชีวิต ฐานร่วมสังหารประชาชน
มูบารัคถูกตัดสินจำคุกตลอดชีวิต ฐานร่วมสังหารประชาชน
ศาลอียิปต์ตัดสินให้ อดีตปธน. มูบารัค และอดีตรมต. มหาดไทย
ของอียิปต์ต้องโทษจำคุกตลอดชีวิต
ฐานมีส่วนร่วมในการสังหารประชาชนผู้ประท้วงเมื่อปี 2011
แต่ก็มีคนสงสัยว่าเหตุใดถึงไม่มีใครที่ถูกดำเนินคดีฐาน 'ออกคำสั่ง'
2 มิ.ย. 2012 - สำนักข่าวอัลจาซีร่ารายงานว่า
ศาลทางการของอียิปต์ได้ตัดสินให้อดีตประธานาธิบดีฮอสนี มูบารัค
มีโทษจำคุกตลอดชีวิต
ฐานมีส่วนร่วมในการสังหารผู้ชุมนุมในช่วงที่มีการชุมนุมโค่งล้มเขาเมื่อปี
ที่แล้ว
ขณะเดียวกัน อดีตรมต.หมาดไทยสมัยมูบารัค ฮาบิบ เอล-แอดลี
ก็ถูกสั่งจำคุกตลอดชีวิตจากข้อหาเดียวกัน ส่วนอดีตผู้บัญชาการตำรวจอีก 6
นาย ที่เกี่ยวข้องกับคดีนี้ถูกตัดสินให้ไม่มีความผิด
ด้านลูกชายสองคนของมูบารัค คืออะลา และ กามาล ที่ต้องคดีทุจริตคอร์รัปชั่น ล่าสุดคดีก็มีการยกฟ้องแล้ว
ในช่วงที่มีการประท้วง 18 วัน ในอียิปต์
มูบารัคได้กระทำผิดฐานสั่งให้สังหารประชาชนผู้ประท้วงอย่างน้อย 800 คน
จนกระทั่งในวันที่ 11 ก.พ. 2011 มูบารัคก็ถูกโค่นล้ม
จนกระทั่งเขาต้องขึ้นเฮลิคอปเตอร์หนี
อย่างไรก็ตาม ฮอสซัม บากัท
อัยการจากองค์กรเคลื่อนไหวด้านสิทธิส่วนบุคคลในอียิปต์กล่าวต่ออัลจาซีร่า
ว่าคดียังดูจะไม่จบง่ายๆ มีความเป็นไปได้ที่คำขออุทธรณ์จะเป็นผล
ผู้สื่อข่าวอัลจาซีร่า เชอรีน ทาดรอส
รายงานจากศาลอียิปต์ว่าสภาพความผิดของมูบารัคยังไม่แน่ชัด
และผู้คนภายนอกศาลก็กำลังพูดกันว่ามันเป็นเรื่องง่ายเพียงใดที่จะสามารถ
อุทธรณ์ลดโทษตลอดชีวิตนี้ได้
เพราะการตัดสินในครั้งนี้ดูเป็นการเมืองมากกว่าการตัดสินตามหลักการกฏหมาย
ส่วนกรณีที่มีการยกป้องคดีของสองลูกชายมูบารัคนั้นศาลกล่าวว่าเป็น
เพราะคดีเลยอายุความมาแล้ว การก่อคดีของทั้งสองคนนี้เกิดขึ้นเมื่อ 10
ปีที่แล้ว
ใครล่ะ...ที่ออกคำสั่งสังหาร?
(อ่านต่อ)http://www.prachatai.com/journal/2012/06/40819
อดีตคณบดีนิติ มธ. ชี้ ตุลาการ รธน. ละเมิดรธน. เสียเอง เสนอเข้าชื่อถอดถอน
อดีตคณบดีนิติ มธ. ชี้ ตุลาการ รธน. ละเมิดรธน. เสียเอง เสนอเข้าชื่อถอดถอน
พนัส ปิยบุตร ชี้ศาลรธน ละเมิดกม เสียเอง
(คลิกฟัง)http://www.youtube.com/watch?feature=player_embedded&v=RXOGuoGKBKc#!
2012 06 02 DNN อดีตคณบดีนิติฯ พนัส ถีบหน้าศาลรธมแม่งมั่ว ปชชฟ้องร้องได้
(คลิกฟัง)http://www.youtube.com/watch?feature=player_embedded&v=uJ2oSUuCgu0#!
พนัส ทัศนียานนท์ – ปิยบุตร แสงกนกกุลชี้ ตุลาการรัฐธรรมนูญสั่งสภาผู้แทนราษฎรระงับการแก้ไขรัฐธรรมนูญไว้ก่อน เป็นคำสั่งที่ละเมิดรัฐธรรมนูญเสียเองและขัดต่อหลักแบ่งแยกอำนาจอธิปไตย เสนอล่าชื่อถอดถอน ด้านพุฒิพงศ์ พงศ์เอนกกุล แจงวุฒิสมาชิกลงคะแนน 3 ใน 5 ถอดตุลาการรัฐธรรมนูญได้
ภายหลังตุลาการรัฐธรรมนูญ มีมติ 5 ต่อ 4 รับคำร้องพิจารณาว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่สภาผู้แทนราษฎรกำลังดำเนินนั้นมี ลักษณะขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ ทั้งยังมีคำสั่งให้เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรแจ้งรัฐสภาระงับการดำเนินเกี่ยว กับการแก้ไขรัฐธรรมนูญไว้ก่อนจนกว่าศาลมีคำวินิจฉัยด้วย
โดยนายพิมล ธรรมพิทักษ์พงษ์ หัวหน้าคณะทีมโฆษกศาลรัฐธรรมนูญ พร้อมด้วยนายสมฤทธิ์ ไชยวงศ์ โฆษกศาลรัฐธรรมนูญ ได้ร่วมกันแถลงว่า “เพื่อประโยชน์แห่งการพิจารณา ศาลมีคำสั่งให้เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรแจ้งรัฐสภาระงับการดำเนินเกี่ยวกับ การแก้ไขรัฐธรรมนูญไว้ก่อนจนกว่าศาลมีคำวินิจฉัย นอกจากนี้ ให้ ครม. , รัฐสภา, พรรคเพื่อไทย, พรรคชาติไทยพัฒนา, นายสุนัย และนายภราดร มีหนังสือชี้แจงต่อศาลภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งสำเนาคำร้องและนัดคู่กรณีไต่สวนวันที่ 5-6 ก.ค.2555 เวลา 09.30 น. ซึ่งตุลาการจะเป็นการออกนั่งบัลลังก์ และหากไต่สวนได้ข้อเท็จจริงครบถ้วนแล้ว คณะตุลาการก็อาจนัดวันฟังคำวินิจฉัยได้เลย แต่หากข้อเท็จจริงยังไม่ครบถ้วนก็อาจไต่สวนเพิ่มเติมได้"
ปิยบุตร แสงกนกกุล นักวิชาการกลุ่มนิติราษฎร์ แสดงความเห็นต่อกรณีดังกล่าวว่า คำสั่งศาลรัฐธรรมนูญวันนี้ ส่งผลสะเทือนต่อระบบกฎหมายรัฐธรรมนูญอย่างน้อย 3 ประการคือ
1 ต่อไปนี้ ศาลรัฐธรรมนูญจะเป็นผู้กุมชะตากรรมของ "การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ" ทุกครั้ง
2 ลำดับชั้นของอำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญ อำนาจแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ อำนาจที่รับมาจากรัฐ
ธรรมนูญ จะเสียไปทั้งหมด
3 การสั่งให้สภาระงับการแก้ไขรัฐธรรมนูญไว้ชั่วคราว ไม่มีรัฐธรรมนูญเขียนไว้เลย แต่ศาลรัฐธรรมนูญยังสามารถไปเอาประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาใช้ นั่นหมายความว่า อนาคตอาจมีอีก
“ปัญหาอยู่ที่ว่า เมื่อศาลรัฐธรรมนูญ ที่รัฐธรรมนูญสร้างขึ้นมาเพื่อพิทักษ์รัฐธรรมนูญ กลับเป็นองค์กรที่ละเมิดรัฐธรรมนูญเอง แล้วจะทำอย่างไร?” นักวิชาการกลุ่มนิติราษฎร์ตั้งคำถาม
(อ่านต่อ)http://www.prachatai.com/journal/2012/06/40810
ประชาธิปไตยกำลังถูกโจมตี
ประชาธิปไตยกำลังถูกโจมตี
โดย Robert Amsterdam
เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ตัวแทนของประชาชนชาวไทยที่มาจากการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตยเมื่อเกือบ ปีหนึ่งที่แล้วถูกกันไม่ให้เข้าไปในรัฐสภาเพื่อทำหน้าที่ภายใต้รัฐธรรมนูญ การขัดขวางโดยมิชอบด้วยกฎหมายเป็นการทำงานของกลุ่มที่เรียกตนเองว่าพรรคประ ชาธิปัตย์ ซึ่งเป็นพรรคการเมืองที่พ่ายแพ้การเลือกตั้งมากว่า 20ปี และกลุ่มผู้ประท้วงราวพันคนซึ่งจัดตั้งการเคลื่อนไหวส่วนหนึ่ง นั้นคือกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) ซึ่งกลุ่มแกนนำของพันธมิตรเคยเรียกร้องให้ล้มล้างผู้แทนจากระบอบประชาธิปไตย สถาปนาระบอบเทวาธิปไตย ( หรือที่พวกเขาเรียกว่า “ธรรมาธิปไตย”) และปิดประเทศตราบนานจนกว่าจะสามารถ“กวาดล้าง” ศัตรูทางการเมืองของพวกเขาให้สิ้นซากไปได้
นอกจากจะเป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้ที่คนเพียงไม่กี่ร้อยคนสามารถกระทำการ เช่นนี้ได้ แต่ยังแสดงให้เห็นถึงความบอบบางของสถานการณ์ของรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง ของประเทศที่เรียกตนเองว่าเป็นประชาธิปไตย รัฐบาลของนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตรควรได้รับคำชื่นชมในเรื่องของการยับยั้งชั่งใจ โดยปกติ ตำรวจควรจะสามารถรับรองสิทธิการชุมนุมของผู้ประท้วงและในขณะเดียวกับก็อำนวย ความสะดวกให้สส.เข้าไปทำงานได้ การที่ไม่มีทางผ่านใดที่ปลอดภัยให้กับสส.ไม่ใช่เพราะเรื่องจำนวนของเจ้าหน้า ที การฝึกฝน หรือทรัพยากรแต่เป็นเพราะความเป็นจริงของการเมืองที่ล้าหลังทารุณ พันธมิตรและพรรคประชาธิปัตย์ใช้ประโยชน์จากการที่ไม่ต้องรับผิดในสิ่งที่พวก เขากระทำจุดชนวนการเผชิญหน้าเพื่อจะได้เป็นข้ออ้างให้ทหารทำรัฐประหารอีก ครั้ง รัฐบาลและตำรวจไม่สามารถทำอะไรได้นอกจากพยายามหลีกเลี่ยงหายนะนี้
และอีกประเด็นหนึ่งซึ่งเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกันมากคือ ในวันเดียวกันศาลรัฐธรรมนูญได้สั่งห้ามไม่ให้รัฐสภาอภิปรายเรื่องการแก้ไข รัฐธรรมนูญ โดยให้รอ “ความเห็นชอบตามรัฐธรรมนูญ” ก่อน ภายใต้มาตรา 68 ของรัฐธรรมนูญ คำร้องที่ศาลรัฐธรรมนูญตั้งใจจะพิจารณาว่าการเสนอการแก้ไขรัฐธรรมนูญมีเจตนา ที่จะ “ล้มล้างการปกครองตามระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข” หรือไม่ การตัดสินดังกล่าวจะให้อำนาจศาลรัฐธรรมนูญในการยุบพรรครัฐบาลเพื่อไทยและถอด ถอนสิทธิทางการเมืองของคณะกรรมการบริหารพรรค เหมือนกับที่ศาลทำกับพรรคไทยรักไทยในปี 2550 และพรรคพลังประชาชน 2551 และนี่นำไปสู่ “ตุลาการรัฐประหาร”
(อ่านต่อ)http://robertamsterdam.com/thai/?p=972
ปฏิญญาหน้าศาลล้มศาลเตี้ยของชนชั้นสูง
ปฏิญญาหน้าศาลล้มศาลเตี้ยของชนชั้นสูง
ผิดตรงไหนที่รัฐบาลประชาธิป ไตยจะลบล้าง คตส.ที่มาจากเผด็จการพบกับปิยบุตร แสงกนกกุล,อ.หวาน
พบกันหน้าศาลอาญารัชดา อาทิตย์ที่ 3 มิถุนายน 55 เวลา 13.00 น.
ร่วมกันรณรงค์ถอดถอน ศาลรัฐธรรมนูญ
ร่วมกันรณรงค์ถอดถอน ศาลรัฐธรรมนูญ
ประชาชนต่างรุมยื้อแย่งขอแบบฟอร์มถอดถอนตุลาการศาลรัฐธรรมนูญกั นอย่างหนาแน่น บริเวณงานครบรอบ 5 ปี "ความจริงวันนี้" ณ อิมแพค เมืองทองธานี กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2555
(คลิก)http://www.youtube.com/watch?v=JAEBe3XR6wI&feature=share
พนัส ปิยบุตร ชี้ศาลรธน ละเมิดกม เสียเอง
(คลิกฟัง)http://www.youtube.com/watch?feature=player_embedded&v=RXOGuoGKBKc#!
ทักษิณ"แก้ผ้าโชว์"กลางงาน 3 เกลอ
ทักษิณ"แก้ผ้าโชว์"กลางงาน 3 เกลอ
"ณัฐวุฒิ"เตือน"ทักษิณ"กลางเวที "อย่าใจดีบ่อยนัก" อดีตนายกฯยอมรับ"ถูกหลอก"
http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1338634173&grpid=01&catid=&subcatid=
เป็นงัย! เพิ่งรู้??? ยอมรับแล้วเหรอว่าถูกอำมาตย์หลอก"ปรองดอง" อย่าคิดไว้ใจอำมาตย์ๆไม่แน่จริงไม่อยู่ได้นานจนถึงทุกวันนี้
** ป๋านะป๋าทำปูได้ **
ก้าวต่อไปของเสื้อแดง
ปัญหาเฉพาะหน้า
ปัญหาสำคัญเฉพาะหน้าที่คนเสื้อแดง
ต้องร่วมกันวิเคราะห์ ร่วมกันคิด ในความเห็นผม มีห้าประเด็น
ผมจะขอร่วมแสดงความคิดในเรื่องนี้...... ปัญหาเฉพาะหน้าคือ
(1) ภัย
จากการ “ปรองดอง” จอมปลอมของอำมาตย์ ที่จะไม่นำไปสู่การมีประชาธิปไตย
ความยุติธรรม และความเป็นธรรมทางเศรษฐกิจแต่อย่างใด เพราะความหมายแท้ของ
“การปรองดอง” ที่อำมาตย์เสนอ คือการยอมแพ้ยอมจำนนของคนเสื้อแดง
ดังนั้นชาวเสื้อแดงทุกคนต้องร่วมกันคิดว่า “การปรองดอง”
ของเราจะหมายความว่าอะไร
เราต้องมีมาตรฐานของข้อเรียกร้องพื้นฐานเฉพาะหน้าของฝ่ายประชาธิปไตย
เพื่อไปเปรียบเทียบกับข้อเสนอของเขา พูดง่ายๆ
เราต้องมีเป้าหมายระยะสั้นที่ชัดเจน
และเราต้องไม่รอให้ผู้นำเสื้อแดงหรือนักการเมืองพรรคเพื่อไทยเป็นผู้กำหนดมา
แต่ฝ่ายเดียว
(2) เรา
ต้องไม่ตกหลุมหลงเชื่อว่า “รัฐบาลแห่งชาติ” แบบถาวรจะแก้ปัญหา
เพราะ“รัฐบาลแห่งชาติ(หมา)”เป็นรัฐบาลที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งแต่อย่างใด
ไม่สะท้อนเสียงประชาชน
มันเป็นข้อเสนอเพื่อดึงนักการเมืองพรรคเพื่อไทยเข้ามาร่วม
โดยไม่มีอะไรอื่นเปลี่ยนแปลง
และเพื่อบังคับให้คนเสื้อแดงหยุดเคลื่อนไหวและยอมจำนน
(3) เสื้อ
แดงทุกคน ในทุกชุมชนและกลุ่ม ต้องตั้งคำถามกับตนเองว่า
“ถ้านักการเมืองบางคนในพรรคเพื่อไทย หรือแม้แต่คุณทักษิณเอง
เลือกที่จะปรองดองแบบยอมแพ้
เรามีการจัดตั้งเพียงพอที่จะเคลื่อนไหวต่อไปอย่างอิสระได้หรือไม่?”
ตรงนี้ความสามารถของเราที่จะเคลื่อนไหวอิสระ
ขึ้นอยู่กับมุมมองทางการเมืองของเราต่อการปรองดอง
การจัดตั้งล่วงหน้าแบบแกนนอน และความมั่นใจว่าเราต้องการอะไร
(4) การ
เลือกตั้งที่มีการโกงแบบแนบเนียน
ทุกวันนี้อำมาตย์กำลังวางแผนที่จะชนะการเลือกตั้งในอนาคตให้ได้
“ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น” เราต้องรู้ทัน และหาทางข้ามปัญหานี้
และเราไม่ควรตั้งความหวังสูงเกินไปกับการเลือกตั้งภายใต้กติกาสองมาตรฐานของ
อำมาตย์
(5) ปัญหา
การหมดกำลังใจของคนเสื้อแดง ความท้อและการหมดกำลังใจ มาจากการ
“มองไม่ออกว่าเราจะชนะอย่างไร” เช่นถ้าเราตั้งความหวังไว้กับการเลือกตั้ง
หรือตั้งความหวังว่าต่างประเทศจะช่วยเรา เราจะท้อ
ถ้าเราเพ้อฝันว่าเราสามารถสร้างกองกำลังมาสู้กับทหาร
ในที่สุดพอเราพูดเอามันจบไปแล้ว เราก็จะท้อ
ถ้าเรามองว่าอำนาจอำมาตย์อยู่ในมือ “คนเดียว” (ซึ่งไม่จริง)
เราก็จะท้อและกลัวเช่นกัน เราอาจรอการเกิดแก่เจ็บตายตามธรรมชาติ
แต่ถ้าเราไม่มีแผนเคลื่อนไหวก็ท้อได้อีก ในความจริง
ประชาธิปไตยจะถูกสร้างได้ก็ผ่านการเคลื่อนไหวของเราคนเสื้อแดง
ไม่มีใครคนอื่นสร้างให้ได้
ดังนั้นสิ่งที่สำคัญคือเราต้องไม่มองข้ามจุดเด่นของเสื้อแดงที่มีอยู่ต่อ
หน้าต่อตาเราคือ (๑)
เสื้อแดงฟื้นตัวและขยายการจัดตั้งแบบแกนนอนหลังการปราบปรามที่ราชประสงค์
ผ่านกิจกรรมแบบ “วันอาทิตย์สีแดง” และ (๒)
เสื้อแดงหมดความศรัทธาในลัทธิอำมาตย์และสถาบันต่างๆ ของอำมาตย์
นี่คือสิ่งที่อำมาตย์กลัว และถ้าเราเข้าใจจุดเด่นของเราตรงนี้
เราจะเข้าใจว่าการเคลื่อนไหวของมวลชนยังมีพลัง
มันนำไปสู่ชัยชนะในระยะยาวได้ โดยเฉพาะถ้าเราพัฒนาการเคลื่อนไหว
เช่นการขยายการจัดตั้งสู่สหภาพแรงงานให้นัดหยุดงาน
และขยายสู่ระดับล่างของกองทัพ
คน
ที่ท้อตอนนี้ คือคนที่ไม่ให้ความสนใจ
และไม่ร่วมเคลื่อนไหวในกิจกรรมของเสื้อแดงที่เขาจัดกันอย่างต่อเนื่องภายใน
ประเทศไทย ซึ่งมักจะเป็นคนที่ฟังแต่ข่าวลือเรื่องคนข้างบน
และเล่นแต่อินเตอร์เน็ท
หรือเป็นคนที่พอใจที่จะพูดแค่เอามันโดยไม่มีเป้าหมายในการเคลื่อนไหวเป็น
รูปธรรม
การ
มองว่าอำนาจอำมาตย์อยู่ในมือคนเดียว ตามที่ นปช. ยูเอสเอ หรือ อ.ชูพงษ์
เสนอ มีปัญหามาก เพราะทำให้เรามองว่าอำนาจนี้ใหญ่โตล้นฟ้าจนเราต้องยอมจำนน
และทำให้เรามองข้ามความชั่วร้ายและอำนาจดิบของกองทัพ
มันนำไปสู่การไม่สนใจที่จะยุบหรือปฏิรูปกองทัพอย่างถอนรากถอนโคน
แต่ในความเป็นจริงทหารขึ้นมามีอำนาจสูงสุดในแวดวงอำมาตย์ตั้งแต่หลัง ๒๔๗๕
และยังคงอำนาจนั้นไว้
เพียงแต่ว่าตั้งแต่ยุคสฤษดิ์มีการนำลัทธิกษัตริย์มาใช้เป็นเครื่องมือของ
ทหารอย่างเป็นระบบ เราจะสังเกตเห็นว่าคนที่พูดแบบ นปช. ยูเอสเอ หรือ
อ.ชูพง์
ไม่ค่อยมีข้อเสนอรูปธรรมเกี่ยวกับการเคลื่อนไหวประจำวันของเสื้อแดงเลย
และเขาจะไม่สนใจเป้าหมายกว้างๆ ในการทำให้ไทยเป็นประชาธิปไตยแท้
เช่นเรื่องสิทธิสตรี สิทธิแรงงาน การแก้ปัญหาภาคใต้
หรือการแก้ความเหลื่อมล้ำระหว่างคนรวยกับคนจนเป็นต้น
เป้าหมายระยะสั้น (ข้อเรียกร้องพื้นฐานเฉพาะหน้า)
1. ปล่อยนักโทษการเมืองเสื้อแดงทุกคน
2. ยกเลิก พรก. ฉุกเฉิน และการเซ็นเซอร์สื่อทุกชนิด ต้องยุบ ศอฉ.และทหารต้องกลับกรมกอง ไม่ยุ่งการเมือง
รัฐบาลต้องลาออก และประกาศวันเลือกตั้งชัดเจน และจัดการเลือกตั้งภายใต้ กกต. ที่เสนอจากทั้งสองฝ่าย เพื่อให้เป็นกลาง
3. ต้อง
แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนการฆ่าประชาชนที่ผ่านฟ้าและราชประสงค์
ต้องไม่มีการนิรโทษกรรมผู้ฆ่าประชาชน เหมือนที่เคยทำหลัง ๑๔ ตุลา ๖ ตุลา
และ พฤษภา ๓๕
4. ต้องประกาศว่าจะร่างรัฐธรรมนูญใหม่ โดยที่ประชาชนทุกฝ่ายมีส่วนร่วมมากกว่ายุคที่เราร่างรัฐธรรมนูญปี ๔๐
เป้าหมายระยะยาวในการสร้างรัฐไทยใหม่ที่เป็นประชาธิปไตย
การ
ที่เสื้อแดงจะมีเป้าหมายระยะยาวสำคัญอย่างยิ่งสำหรับการครองใจประชาชนส่วน
ใหญ่ อย่างที่ไทยรักไทยเคยทำ ในอดีต
และมันทำให้เราชัดเจนว่าเรากำลังต่อสู้เพื่ออะไรอีกด้วย
1. ประเทศไทยควรเป็นรัฐสวัสดิการถ้วนหน้าครบวงจร ผ่านการเก็บภาษีจากคนรวยในอัตราก้าวหน้า
2. ต้องยุบกองทัพและปลดนายพล เพื่อปฏิรูปทหารแบบถอนรากถอนโคนและสร้างใหม่ในรูปแบบ
ประชาธิปไตย
3. ต้องปลดศาลและผู้พิพากษาสองมาตรฐาน เพื่อปฏิรูประบบยุติธรรมอย่างถอนรากถอนโคน โดยนำพลเมืองเข้ามามีส่วนร่วมในระบบลูกขุน
4. ต้อง
ส่งเสริมวัฒนธรรมพลเมือง ทุกคนต้องเท่าเทียมกัน
ต้องไม่มีกฎหมายหมิ่นเดชานุภาพฯ
และประชาธิปไตยต้องปลอดจากอำนาจอำมาตย์หรืออภิสิทธิ์ชนที่ไม่ได้มาจากการ
เลือกตั้ง
(ที่มา)
http://redthaisocialist.com/2011-02-21-18-08-14/87-2011-02-21-18-05-39.html
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)