หน้าเว็บ

วันจันทร์ที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2555

กรณี จำนำข้าว กับ ศาลรัฐธรรมนูญ สัญญาณ "ใหม่"

กรณี จำนำข้าว กับ ศาลรัฐธรรมนูญ สัญญาณ "ใหม่"



การปรากฏขึ้นของปัญญาชน นักวิชาการ 146 คน อันนำโดย
นายอดิศร์ อิศรางกูร ณ อยุธยา คณบดีคณะพัฒนาเศรษฐกิจ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์
ยื่นฟ้องโครงการจำนำข้าวว่าผิดมาตรา 84(1) ของรัฐธรรมนูญ

รัฐ ต้องดำเนินการตามแนวนโยบายด้านเศรษฐกิจ (1) สนับสนุนเศรษฐกิจแบบเสรีและเป็นธรรมโดยอาศัยกลไกตลาด และสนับสนุนให้มีการพัฒนาเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน

โดยต้องยกเลิกและ ละเว้นการตรากฎหมายและกฎเกณฑ์ที่ควบคุมธุรกิจซึ่งมีบทบัญญัติที่ไม่สอดคล้อง กับความจำเป็นทางเศรษฐกิจ และต้องไม่ประกอบกิจการที่มีลักษณะเป็นการแข่งขันกับเอกชน

เว้นแต่มีความจำเป็น เพื่อประโยชน์ในการรักษาความมั่นคงของรัฐ รักษาผลประโยชน์ส่วนรวมหรือการจัดให้มีสาธารณูปโภค

น่าสนใจ

น่าสนใจบทบาทของปัญญาชน นักวิชาการ


ส่วนหนึ่งเป็นปัญญาชน นักวิชาการ จากสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ ส่วนหนึ่ง เป็นปัญญาชน นักวิชาการ จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ปมเงื่อนอยู่ที่ศาลรัฐธรรมนูญจะรับฟ้องหรือไม่

มีความเห็น "แย้ง" จากปัญญาชน นักวิชาการทางกฎหมาย หลายภาคส่วน ว่าศาลรัฐธรรมนูญน่าจะไม่รับคำร้อง

เหตุผลเพราะ ไม่ใช่อำนาจ ไม่ใช่หน้าที่


(อ่านต่อ)) 

เก็บตกคลิป รำลึก 36 ปี 6 ตุลา ประชาธิปไตย

เก็บตกคลิป รำลึก 36 ปี 6 ตุลา ประชาธิปไตย 

 

https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEjAkvg7XwDG3SMDxWoYu-wnfMOzbeyLnf82pX93MWXENn8c6xtLGTO2gEWjGbuImlEL1T3ElfWsbNjl0ZTXZ0hKneJj7Z07VkO7jgStJhDaY0N-dPMRp6tnYkSX-6GI3ikHe6D7oKgMePEp/s1600/044-IMG_2772.JPG



บรรยากาศงานรำลึก 36 ปี 6 ตุลา ภาคเช้า
http://www.youtube.com/watch?feature=player_embedded&v=2Wm9UPaZA3s#!

(คลิกชม)
http://www.internetofreedom.com/index.php?/topic/16148-คลิป-รำลึก-36-ปี-6-ตุลา-ประชาธิปไตย

ความหมายของการรำลึก 36 ปี 6 ตุลา ปีนี้เราคงไม่ต้องถามว่า “ใครฆ่าเขา หรือเราเห็นคนตาย” อีกแล้ว

ความหมายของการรำลึก 36 ปี 6 ตุลา ปีนี้เราคงไม่ต้องถามว่า “ใครฆ่าเขา หรือเราเห็นคนตาย” อีกแล้ว

 


โดย อ.วิภา ดาวมณี


วันที่ 6 ตุลาคม ปีนี้ นอกจากเป็นวันครบรอบ 36 ปี ของเหตุการณ์นองเลือดในมหาวิทยา ลัย ธรรมศาสตร์ อันเกิดจากอาชญากรรมรัฐ เมื่อปี พ.ศ.2519 แล้ว ยังเป็นวันครบรอบ 12 ปี ของชิ้นงานประติมานุสรณ์ 6 ตุลาด้วย  ประติมากรรมชิ้นนี้สร้างขึ้นมาด้วยน้ำพัก น้ำแรง น้ำใจ และการระดมทุนจากบรรดาผู้ผ่านเหตุการณ์ และมีประสบการณ์ร่วมกันภายใต้คำขวัญการจัดงานรำลึก 20 ปี 6 ตุลา ว่า “ขบวนการนักศึกษาประชาชนเดือนตุลา..กล้าต่อสู้เพื่อสังคมที่ดีงาม” โดยมติเห็นชอบของสภามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ปี 2539 สร้างเสร็จและเปิดก่อนหน้าอนุสรณ์สถาน 14 ตุลาถึง  2 ปี นั่นหมายความว่าพื้นที่ทางประวัติศาสตร์ของสามัญชนในรูปของอนุสรณ์สถานนั้นไม่ใช่สิ่งที่จะสร้างได้ง่ายๆในสังคมไทย

ในบันทึกอาจารย์ป๋วย อึ๊งภากรณ์ ซึ่งดำรงตำแหน่งอธิการบดีในขณะนั้น ชื่อว่า “ความรุนแรงและรัฐประหาร 6 ตุลาคม 2519” ถ่ายทอดทุกสิ่งที่สังคมไทยตั้งคำถามกับเหตุการณ์นี้ แจกแจงถึงเจตนาตลอดจนวิธีการของพวกที่รวมตัวกันวางแผนก่ออาชญากรรมรัฐว่า

“......... เจตนาที่จะทำลายล้างพลังนักศึกษา และประชาชนที่ใฝ่เสรีภาพนั้นมีอยู่นาน ในการเลือกตั้งเมษายน 2519 ได้มีการปิดประกาศและโฆษณาจากพรรคการเมืองบางพรรคว่า “สังคมนิยมทุกชนิดเป็นคอมมิวนิสต์” และพระกิตติวุฒโฑภิกขุ ยังได้ให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์ว่า “การฆ่าคอมมิวนิสต์นั้นไม่เป็นบาป”  ในกันยายน–ตุลาคม 2519  มีผู้กล่าวว่าการฆ่าคนที่มาชุมนุมประท้วงจอมพลถนอม กิตติขจร สัก 30,000 คน ก็เป็นการลงทุนที่ถูก

ผู้ที่สูญเสียอำนาจทางการเมืองในเดือนตุลาคม 2516 ได้แก่ทหารและตำรวจบางกลุ่ม  ผู้ที่เกรงว่าในระบบประชาธิปไตยจะสูญเสียอำนาจทางเศรษฐกิจไป  ได้แก่ พวกนายทุนเจ้าของที่ดินบางกลุ่ม และผู้ที่ไม่ประสงค์จะเห็นระบบประชาธิปไตยในประเทศไทย กลุ่มเหล่านี้ได้พยายามอยู่ตลอดเวลาที่จะทำลายล้างพลังต่างๆ ที่เป็นปรปักษ์แก่ตนเองด้วยวิธีต่างๆ ทางวิทยุและโทรทัศน์ ทางหนังสือพิมพ์ ทางใบปลิวโฆษณา ทางลมปากลือกัน ทางบัตรสนเท่ห์ ทางจดหมายซึ่งเป็นบัตรสนเท่ห์ขู่เข็ญต่างๆ และได้ก่อตั้งหน่วยต่างๆ

วิธีการของบุคคลกลุ่มเหล่านี้คือ ใช้การปลุกผีคอมมิวนิสต์โดยทั่วไป ถ้าไม่ชอบใครก็ป้ายว่าเป็นคอมมิวนิสต์  แม้ แต่นายกรัฐมนตรีคึกฤทธิ์ หรือเสนีย์ หรือพระราชาคณะบางรูปก็ไม่เว้นจากการถูกป้ายสี อีกวิธีหนึ่งคือการอ้างถึงชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ เป็นเครื่องมือในการป้ายสี ถ้าใครเป็นปรปักษ์ก็แปลว่าไม่รักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ….”

ความขัดแย้งทางการเมืองในระหว่างกลุ่มพลังก้าวหน้า ที่มุ่งให้มีการเปลี่ยนแปลงทางโครงสร้างกับพลังอนุรักษ์ นิยมทางการเมือง   ลงเอยด้วยการก่ออาชญากรรมรัฐ  ในวันที่ 6 ตุลา 2519   เพียง 3 ปี จากเหตุการณ์ 14 ตุลา 2516   ความทรงจำที่พร่ามัวบวกกับความหมายของการตายที่ถูกบิดเบือนไปทำให้บันทึกประวัติศาสตร์ 6 ตุลา และเจตนารมณ์ 6 ตุลา ต้องผิดเพี้ยนไปจากความจริง วันนี้สังคมไทยยังคงซึมซับกับประสบการณ์เดิมๆ เรื่องราวเดิมๆ การคุกคาม ปราบปราม เข่นฆ่า และอาชญากรรมของรัฐ ซึ่งดูรุนแรงยิ่งกว่า

แต่ขณะเดียวกันประชาชนก็มีความตื่นตัว แจ่มชัด ยิ่งขึ้น ตาสว่างมากขึ้น มีการกระจายตัวอยู่ในทุกจังหวัด ไม่ได้รวมศูนย์เฉพาะในกรุงเทพฯ  การสื่อสารต่างๆจึงไม่ได้ถูกจำกัดอยู่เพียงฝ่ายกุมอำนาจ แม้จะมีความพยายามปิดสื่อทุกทาง ทั้งโทรทัศน์ สิ่งพิมพ์ เว็บไซต์

ความหมายของการรำลึก 36 ปี 6 ตุลา  ปีนี้เราคงจะไม่ต้องถามหาว่า “...ใครฆ่าเขา หรือเราเห็นคนตาย ” อีกแล้ว  ความจริงคำถามเหล่านี้เราตอบได้เพราะฆาตกรในเหตุการณ์สังหาร หมู่ 6 ตุลา 2519 กับ เมษา-พฤษภามหาโหด 2553 ก็ไม่ได้ต่างกันเลย   ขบวนการประชาชน ซึ่งรวมคนชนบทและคนในกรุงเทพฯ จำนวนมากเป็นประวัติการณ์ ยิ่งใหญ่กว่าการต่อสู้ 14 ตุลา และการต่อสู้ในเดือนพฤษภาปี 2535 มีการสั่งสมบทเรียน และก่อตัวเป็นอุดมการณ์ การขับเคลื่อนใหม่ๆ

(ที่มา)
http://www.prachatai.com/journal/2012/10/43057

ภัยจากองค์กรอิสระ

ภัยจากองค์กรอิสระ

 

 
"ผมจัดตัวเองว่าเป็นผู้ประสบ ภัยจากองค์กรอิสระซึ่งผลาญเงินประชาชนมาก ด้วยลักษณะที่เราคิดถึงว่าองค์กรอิสระเป็นเทวดา เป็นผู้ทรงความรู้คู่ธรรม การวิจารณ์ตรวจสอบจึงไม่เกิดขึ้น นี่เป็นเรื่องสำคัญเพราะว่าเรื่องสำคัญในการเมืองไทยจำนวนมาก รัฐบาลไม่ได้ตัดสินใจแต่ถูกดึงไปให้องค์กรอิสระจำนวนมาก และนี่เป็นเรื่องที่สำคัญเกินกว่าจะฝากไว้กับใคร ผมคิดว่าองค์กรอิสระ เป็นสิ่งที่หลายๆ ส่วนควรคิดถึงและจับตามองให้มากขึ้น"

รศ.สมชาย ปรีชาศิลปกุล

http://www.prachatai.com/journal/2012/10/43049

วันอาทิตย์ที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2555

วันเสาร์ที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2555

สมัยตอนวัย เด็กๆ หล่อนจนถึงกับนอนไม้กระดานแผ่นเดียว พอเป็นซินเดอเรลล่า เธอก็เลยชดเชยตอนวัยเด็ก !!!

สมัยตอนวัย เด็กๆ หล่อนจนถึงกับนอนไม้กระดานแผ่นเดียว พอเป็นซินเดอเรลล่า เธอก็เลยชดเชยตอนวัยเด็ก !!!





โพสต์ใน Facebook: พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายา ทรงกวาดซื้อของเก่าจนหมดหิ้ง

อ้าง อิง: Princess clears the shelves in antiques raid: Thai royal spends EIGHT HOURS - and at least £20,000 - buying treasures at arcade (and carries them off in 15-car convoy) - (http://www.dailymail.co.uk/news/article-2213100/Princess-clears-shelves-antiques-raid-Thai-royal-spends-EIGHT-HOURS--20-000--buying-treasures-arcade.html)

ข่าวเขียนโดยคุณเบน สเปนเซอร์

โพสต์ลงในเวป ของหนังสือพิมพ์ เดลิเมล์ ออนไลน์ เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2555 เวลา 17:35 น (ฝั่งตะวันออก); บทความได้ อัพเดท เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2555 เวลา 18:33 น.  

พระวรชายา ทรงกวาดซื้อของเก่าจนหมดหิ้ง: พระบรมวงศานุวงศ์ของไทยใช้เวลา แปด ชั่วโมง และจับจ่ายใช้สอยอย่างน้อยที่สุด 20,000 ปอนด์ (ประมาณ 1 ล้านบาทไทย) ด้วยการซื้อของล้ำค่า (และขนของทุกอย่างขึ้นไปบนขบวนรถคณะติดตาม 15 คัน

* พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายา และคณะผู้ติดตาม ได้เดินทางมายังหมู่บ้าน ซึ่งเป็นที่ตั้งของศูนย์ของงานฝีมือและเครื่องลายครามในขบวนรถลิมูซีนซึ่งมี โชเฟอร์ผู้ขับรถให้ทั้งหมู่คณะ

* พระองค์ซึ่งมีพระชนม์มายุ 40 พรรษา ได้ทรงซื้อพวกเครื่องถ้วยชามลายครามและเครื่องประดับต่างๆ ในเมือง แบทเทิ้ลบริดจ์ 

มันเป็นเวลา กลางวันที่ชุ่มฉ่ำไปด้วยน้ำฝน ที่ศูนย์การค้าวัตถุโบราณและผู้ค้าขายยังมีความฉงนสงสัยอยู่ว่า พวกเขาจะมีโอกาสได้เห็นลูกค้าคนใดคนหนึ่งเข้ามาซื้อของก่อนที่จะถึงเวลาปิด ร้านของพวกเขาหรือไม่

จากนั้น ในทันทีทันใด วันที่พวกเขาจะได้รับทรัพย์ทั้งหมด ก็ได้เกิดขึ้นในเวลาครั้งเดียว พระบรมวงศานุวงศ์ของประเทศไทยพระองค์หนึ่ง ได้เสด็จเดินทางมาถึงอย่างไม่มีการแจ้งให้ทราบล่วงหน้า จากขบวนเสด็จผู้ติดตามด้วยรถประจำคณะทั้งหมด 15 คัน และใช้เวลาอยู่อีก แปด ชั่วโมงเพื่อเตรียมตระครุบกวาดซื้อเครื่องถ้วยชามลายครามและเครื่องประดับ ต่างๆ

เมื่อถึงเวลา ที่การจับจ่ายใช้สอยอย่างสนุกสนานในพระทัยของพระองค์ได้สิ้นสุดลง ชั้นหิ้งที่วางข้าวของ ต่างเหลือแต่ความว่างเปล่า และ ผู้ค้าขายทั้งหมด ก็เตรียมแผนการกันที่จะเฉลิมฉลองกับอาหารค่ำของพวกเขา

การเสด็จ อย่างไม่มีการแจ้งให้ทราบล่วงหน้าของพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายา ได้เกิดขึ้นในสัปดาห์นี้ ที่หมู่บ้านในเมืองเอสเซ็กส์ (Essex) ของแคว้นแบทเทิ่ลส์บริดจ์ (Battlesbridge)

การกวาด ลำเลียงนำข้าวของที่ทรงซื้อเข้าไปในรถต่างๆ ขบวนรถของคณะผู้ติดตาม ซึ่งรวมไปถึงรถลิโมซีนที่ปิดฟิลม์กรองแสงสีดำสนิทบนหน้าต่าง ด้วยการขับของโชร์เฟอร์อย่างพร้อมสรรพ และกลุ่มของรถมินิบัสและรถตู้ ที่จอดอยู่

ในทันทีทันใด พระวรชายา ซึ่งทรงมีพระชนมายุ 40 พรรษา ได้ทรงเริ่มเลือกวัตถุแต่ละชิ้นก่อนที่กลุ่มผู้ช่วยของพระองค์ได้ทำการติด ป้ายและรวมถึงบรรจุข้าวของเหล่านั้นลงหีบห่อ

คุณจิม กัลลี่ ซึ่งเป็นผู้ประกอบการค้าได้ทำการประเมินว่า พระองค์ได้ทรงจับจ่ายใช้สอยอย่างน้อยที่สุดเป็นจำนวน 20,000 ปอนด์ (ประมาณ 1 ล้านบาทไทย) ด้วยการซื้อของจากหลายๆ ร้านรวมกัน

ปฏิญญาหน้าศาล...อาทิตย์ที่ 7 ตุลาคม 2555

ปฏิญญาหน้าศาล...อาทิตย์ที่ 7 ตุลาคม 2555




พบกับนักเศรษฐศาสตร์ รศ.ดร.พิชิต ลิขิตกิจสมบูรณ์
"ปลดปล่อยนักโทษการเมือง...ปลดแอกชาวนาจากความยากจน"
13.00 - 16.00 น. หน้าศาลอาญา รัชดา