หน้าเว็บ

วันเสาร์ที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2555

เชิญร่วมงานเปิดตัวหนังสือ “แรงงานอุ้มชาติ” : ประวัติศาสตร์ขบวนการแรงงานไทยกับการสร้างประชาธิปไตยในอนาคต

เชิญร่วมงานเปิดตัวหนังสือ “แรงงานอุ้มชาติ” : ประวัติศาสตร์ขบวนการแรงงานไทยกับการสร้างประชาธิปไตยในอนาคต



 
 
เชิญร่วมงานเปิดตัวหนังสือ “แรงงานอุ้มชาติ” : ประวัติศาสตร์ขบวนการแรงงานไทยกับการสร้างประชาธิปไตยในอนาคต

วันที่ 2 กันยายน 2555 
ณ ห้องประชุมมูลนิธิ 14 ตุลา อนุสรณ์สถาน 14 ตุลา สี่แยกคอกวัว ราชดำเนิน

จัดโดย
โครงการรณรงค์เพื่อแรงงานไทย
สภาองค์การลูกจ้างสภาศูนย์กลางแรงงานแห่งประเทศไทย
สหพันธ์แรงงานอุตสาหกรรมสิ่งทอการตัดเย็บเสื้อผ้าและผลิตภัณฑ์หนังแห่งประเทศไทย
องค์กรเลี้ยวซ้าย
   
กำหนดการ

08.30 - 09.15 น.    ลงทะเบียน

09.15 - 09.30 น.     กล่าวต้อนรับ/ชี้แจงวัตถุประสงค์ของงาน
                              โดย สุธาสินี แก้วเหล็กไหล ผอ.โครงการรณรงค์เพื่อแรงงานไทย

09.30 - 10.00 น.     เปิดตัวหนังสือแรงงานอุ้มชาติ โดย จรรยา ยิ้มประเสริฐ อดีตผอ.โครงการรณรงค์เพื่อแรงงานไทย

10.00-10.10 น.     พักดื่มชา-กาแฟ

10.10-11.10 น.     วิจารณ์หนังสือ และเสวนาหัวข้อ "ประวัติศาสตร์ขบวนการแรงงานไทยกับการสร้างประชาธิปไตยในอนาคต"

วิทยากรโดย


บรรจง บุญรัตน์
     ประธานสภาองค์การลูกจ้างสภาแรงงานศูนย์กลางแห่งประเทศไทย

เซีย จำปาทอง
      เลขาธิการสหพันธ์แรงงานอุตสาหกรรมสิ่งทอการตัดเย็บเสื้อผ้าและผลิตภัณฑ์หนังแห่งประเทศไทย

ศิโรฒน์ คล้ามไพบูลย์
   นักวิชาการด้านรัฐศาสตร์

11.10 - 12.00 น.     แลกเปลี่ยนความคิดเห็น


12.00 - 12.30 น.     วิทยากรและผู้ดำเนินรายการสรุปประเด็น


ดำเนินรายการโดย พัชณีย์ คำหนัก ผู้ประสานงานโครงการรณรงค์เพื่อแรงงานไทย

องค์กรเลี้ยวซ้าย

เหยื่อสูญหาย 39 ราย

เหยื่อสูญหาย 39 ราย






นายพร้อมพงศ์ กล่าวว่า ประชาชนที่ถูกมัดมือมัดเท้าและถูกทหารจับตัวไป และยังตามตัวไม่พบ จนมีการร้องเรียนผ่านหน่วยงานต่างๆ ซึ่งทราบว่าขณะนี้มีจำนวนถึง 39 คนนั้น อยากถามว่าขณะนี้อยู่ที่ไหน เสียชีวิตแล้วหรือยัง ขอให้รัฐบาลออกมาแถลงให้ชัดเจน เนื่องจากญาติพี่น้องของเขาเหล่านั้นมาร้องเรียนถามหาที่พรรคเพื่อไทยอย่างต่อเนื่อง แม้จะมีการไปแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้ว แต่ดูเหมือนจะถูกปิดข่าว พร้อมทั้งบอกปัดให้ไปแจ้งที่ดีเอสไอแทน

ด้านนางสุภาพร มนตรี ชาวจังหวัดนครศรีธรรมราช พยานในเหตุการณ์ยิงประชาชนในวัดปทุมฯ เปิดเผยว่า ภาพที่พรรคเพื่อไทยนำมาแถลง ที่มีชายแต่งชุดทหารเล็งปืนใส่ประชาชนในวัดปทุมฯเมื่อวันที่ 19 พฤษภาคมที่ผ่านมานั้น ไม่ใช่ภาพตัดต่อ เพราะตนอยู่ในเหตุการณ์เห็นกับตาว่าประชาชนที่หลบกระสุนปืนเข้าไปอยู่ในวัดนั้น เป็นประชาชนมือเปล่า ไม่มีอาวุธ ไม่มีปืนเอ็ม 79 นอกจากทหารเท่านั้นที่ถือปืน ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตนรู้สึกสะเทือนใจ โดยเฉพาะที่รัฐบาลกล่าวหาประชาชนว่ามีอาวุธนั้น ถือว่าโกหก

วันศุกร์ที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2555

สัมภาษณ์ ‘พวงทอง ภวัครพันธุ์’ บทเรียน-ไม่รู้-ลืม? “สลายการชุมนุมปี 53”

สัมภาษณ์ ‘พวงทอง ภวัครพันธุ์’ บทเรียน-ไม่รู้-ลืม? “สลายการชุมนุมปี 53”

 

โดยประวิตร โรจนพฤกษ์
@PravitR


หลังจากใช้เวลาเก็บข้อมูลและค้นหาข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเหตุการณ์เป็นเวลา 2 ปี ศูนย์ข้อมูลประชาชนผู้ได้รับผลกระทบจากการสลายการชุมนุมเดือน เม.ย-พ.ค. 53 (ศปช.) ก็ได้พิมพ์รายงานออกมาเป็นรูปหนังสือหนากว่าหนึ่งพันหน้าชื่อ ‘ความจริงเพื่อความยุติธรรม: เหตุการณ์และผลกระทบจากการสลายการชุมนุม เมษา-พฤษภา 53’

ประวิตร โรจนพฤกษ์ แห่งหนังสือพิมพ์ เดอะเนชั่น สัมภาษณ์ ผศ.พวงทอง ภวัครพันธุ์ ผู้ประสานงาน ศปช. และบรรณาธิการร่วมของรายงาน เกี่ยวกับข้อมูลที่ค้นพบและมุมมองของเธอ

ประวิตร: ศปช. ค้นพบข้อมูลอะไรที่อาจเปลี่ยนความเข้าใจต่อเหตุการณ์ปี 53 บ้าง?

พวงทอง: ค่อนข้างตกใจว่าคนที่เสียชีวิตส่วนใหญ่เป็นไปอย่างสะเปะสะปะมาก คือคนที่ไม่เกี่ยวข้องกับการชุมนุม ถูกลูกหลงเยอะมาก

ภาพใหญ่ที่มักเข้าใจคือความรุนแรงเกิดขึ้นหลังเผา [Central World และตึกอื่นๆ] แต่เราพบว่าปฏิบัติการทางทหารเกิดขึ้นตั้งแต่ 14 พฤษภาโดยเฉพาะสวนลุม บ่อนไก่ ราชปรารภ มีคน 11 คน [ตาย] ในวันเดียว ซึ่งพอมาอ่านบทความหัวหน้าควง นายทหารระดับเสนาธิการ เขียนลงในวารสารเสนาธิปัตย์ ซึ่งเขาวิเคราะห์ความสำเร็จของปฏิบัติการกระชับวงล้อมก็ทำให้เข้าใจว่าทำไม ความตายเกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 14 คือมีการใช้อาวุธยิงเข้าใส่ผู้ชุมนุม และนี่น่าจะเป็นสาเหตุให้คนถูกลูกหลง

ส่วนของชายชุดดำ มันไม่มีความชัดเจนว่าเขาเป็นใคร แม้รัฐบาล [อภิสิทธิ์] ก็ยังไม่มีปัญญาไปตามหาได้ และในขณะที่รัฐบาลอภิสิทธิ์อ้างว่ามีการใช้กำลังก่อให้เกิดการบาดเจ็บและ เสียชีวิตเพราะชายชุดดำยิงใส่ผู้ชุมนุมเอง แต่ ศปช.พบว่ามีการใช้อาวุธจริง [จากฝั่งทหาร] ตั้งแต่บ่ายวันที่ 10 แล้ว และมีคนบาดเจ็บก่อนที่ชายชุดดำจะโผล่มา

เรื่อง M79 เราไม่ได้เก็บข้อมูลตรงนี้ เพราะในที่สุดต้องไปพิสูจน์ตรงวิถีกระสุนด้วย…

รัฐบาลมักจะบอกว่าคนที่ตายเป็นผู้ก่อการร้ายแต่จากหลักฐานที่เรามี ผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บเราไม่พบคราบเขม่าปืนในมือของผู้เสียชีวิตเลย คนจำนวนมากมีภาพถ่ายและคลิปวิดีโอ ผู้คนเหล่านี้ไม่ได้มีอาวุธร้ายแรงในมือ เพราะฉะนั้น การบอกว่าทหารต้องใช้กระสุนจริงเพื่อป้องกันตนเองนั้นฟังไม่ขึ้น

แล้วกรณีสไนเปอร์?
สไนเปอร์เนี่ย ภาพคลิปต่างๆมากมายที่อยู่ในโลกออนไลน์เห็นว่าทหารจำนวนมากถือปืนที่มีกล้อง ส่อง ทำให้เกิดความแม่นยำในการยิง มันอธิบายว่าทำไมผู้เสียชีวิตเกือบ 30 เปอร์เซนต์ ถูกยิงที่หัว และถ้ารวมหน้าอกด้วยอีก 22 เปอร์เซนต์ มัน 50 เปอร์เซนต์… มันไม่ได้ยิงเพื่อป้องกันตนเอง

วันพฤหัสบดีที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2555

ครั้งแรก-การ์ดสูง ให้การคดี 98 ศพ อภิสิทธิ์-สุเทพ


ครั้งแรก-การ์ดสูง ให้การคดี 98 ศพ อภิสิทธิ์-สุเทพ


 
 
พลันที่เดินออกจากห้องสอบปากคำนาน 13 ชั่วโมง ในคืนวันที่ 28 สิงหาคม

เมื่อ เจอนักข่าวยังรอสัมภาษณ์และสอบถามถึงสาเหตุที่ใช้เวลาสอบปากคำกับกรมสอบสวน คดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ในคดีการเสียชีวิตของผู้ชุมนุมทางการเมือง 98 ศพเมื่อปี 2553 ยาวนานถึง 13 ชั่วโมง

นายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง อดีตผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) พูดว่า

"ชีวิตก็เป็นอย่างนี้เอง"

ก่อนหน้านั้นในวันเดียวกัน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ในขณะที่เกิดเหตุการณ์ดังกล่าว ก็เข้าให้การโดยใช้เวลากว่า 7 ชั่วโมง

นายสุเทพอธิบายด้วยว่า เหตุที่ต้องให้การเป็นเวลานานนั้น
เป็น เพราะพนักงานสอบสวนดีเอสไอถามเยอะ และนำคลิปวิดีโอที่อ้างว่าเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบนถนนราชดำเนินตอนกลาง วันมาให้ดู โดยบอกว่าเป็นคลิปที่แสดงให้เห็นว่าทหารยิงคนเสื้อแดง

ซึ่ง ตนได้ตอบไปว่าไม่เคยเห็นมาก่อน เนื่องจากเหตุการณ์ในวันที่ 10 เมษายน 2553 มีสื่อมวลชนทั้งทีวีและหนังสือพิมพ์คอยรายงานสถานการณ์ตลอดขณะมีการขอ พื้นที่คืน ไม่พบว่ามีการยิงแต่อย่างใด

นอกจากนี้ พนักงานสอบสวนยังสอบถามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันที่ 10 เมษายน จนถึงเหตุยุติในเดือนพฤษภาคม มีการถามถึงคำสั่งในการปฏิบัติการ จึงได้นำคำสั่งทั้งหมดมอบให้พนักงานสอบสวนส่วนที่ตนลงนาม

และได้บอกกับพนักงานสอบสวนว่า นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอ เคยเสนอและแนะนำในที่ประชุม ศอฉ.ในขณะนั้นว่า สถานการณ์รุนแรง

อาจต้องประกาศภาวะฉุกเฉิน

ส่วน คำถามที่ว่านายอภิสิทธิ์เข้ามาสั่งการหรือไม่ ตนก็ชี้แจงว่าอดีตนายกฯมีภารกิจมาก ได้มอบหมายคำสั่งในเชิงนโยบาย ตนในฐานะ ผอ.ศอฉ.จะเป็นผู้พิจารณาว่าจะดำเนินการแก้ไขสถานการณ์ในขณะนั้นอย่างไร

เจ้า หน้าที่ถามอีกว่านายอภิสิทธิ์ว่าเข้ามาเกี่ยวข้องในเหตุการณ์ใดหรือไม่ ได้ชี้แจงว่าอดีตนายกฯใช้เวลาส่วนใหญ่รับฟังบรรยายสรุปจากเจ้าหน้าที่ และพยายามหาแนวทางในการคลี่คลายสถานการณ์ เช่น การเจรจา การนำทีมเจรจาไปเจรจากับแกนนำ นปช. และมีหน้าที่อธิบายสถานการณ์ให้ประชาชนได้รับทราบถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้นใน แต่ละวัน รวมทั้งติดต่อกับองค์กรสิทธิมนุษยชน โดยงานใน ศอฉ.นายอภิสิทธิ์ไม่ได้เข้ามาเกี่ยวข้อง

ทุกคำสั่งใน ศอฉ.ตนเป็นผู้ลงนาม

ขณะ ที่การกระชับพื้นที่ในวันที่ 19 พฤษภาคม 2553 ไม่ใช่การสลายการชุมนุม เพราะเมื่อเจ้าหน้าที่ขอคืนพื้นที่บริเวณสวนลุมพินี ก็ถูกกลุ่มผู้ก่อการร้ายใช้อาวุธตอบโต้

ที่สี่แยกราชประสงค์ก็ไม่มี กำลังเจ้าหน้าที่เข้าไปที่หน้าเวทีหรือบริเวณที่ยังมีการชุมนุม จนแกนนำผู้ชุมนุมสั่งยุติการชุมนุมและมอบตัว

"เรื่องชายชุดดำ ที่ผมนำคลิปมาชี้แจง พนักงานสอบสวนถามผมว่า หากมีชายชุดดำเข้าร่วมจริง มีผู้ก่อการร้ายใช้อาวุธทำร้ายประชาชน ไม่เห็นเจ้าหน้าที่จับใครได้ซักคน

"ผมเลยตอบเขาว่า คุณถามผมเหมือนกับเสื้อแดงเขียนคำถามให้มาถามผมเลย"

เมื่อถูกถามว่าเคยมีเรื่องโกรธแค้นใครใน ศอฉ.หรือไม่
นายสุเทพระบุว่าได้ตอบไปว่าในอดีตไม่เคยโกรธเคืองใคร

แต่ในอนาคตไม่แน่

(อ่านต่อ)
http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1346299214&grpid=&catid=12&subcatid=1200

ชมภาพ "ชายชุดดำ" ตัวละคร ตั้งไว้เพื่อหลอก "คนโง่"

ชมภาพ "ชายชุดดำ" ตัวละคร ตั้งไว้เพื่อหลอก "คนโง่" 

 
Posted Image

แฉปชป.งัดกรุรูป 'มั่ว'ชุดดำ มาร์คหืด-ขึ้นศาลอีก


ไต่สวน30สค.คดีศพแดง ดีเอสไอสอบเทือก12ชม. ปัดวุ่นคลิปจนท.ยิง10เมย. นัดวันนี้ 2สไนเปอร์ให้การ
มั่ว - นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกปชป. นำภาพอ้างว่าเป็นชายชุดดำในเหตุการณ์ปี 2553 มาแถลงโชว์ ทั้งที่พิสูจน์แล้วว่าคนในภาพคือนายมานพ ชาญช่างทอง คนขับซาเล้ง การ์ดนปช. ไม่ใช่ชุดดำก่อการร้าย

ที่นำภาพนี้มาลง อีกครั้งเพราะว่า "ชายชุดดำ" ที่ นาย ชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกปชป. นำภาพอ้างว่าเป็นชายชุดดำในเหตุการณ์ปี 2553 มาแถลงโชว์ ทั้งที่พิสูจน์แล้วว่าคนในภาพคือนายมานพ ชาญช่างทอง คนขับซาเล้ง การ์ดนปช. ไม่ใช่ชุดดำก่อการร้าย แต่อย่างใด เราจำได้ติดตา การสลายการชุมนุมที่ไทยคม พี่คนนี้เขาเป็นคนหนึ่งในนั้น อยากเห็นรูปเก่าๆ มาประจาน ข้อมูลมั่วของ ไอ้ชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกปชป. ปากหมาหน่อยครับ

(อ่านต่อ)
http://www.internetofreedom.com/index.php?/topic/14620-

อภิสิทธิ์-สุเทพ เบิกความไต่สวนการตาย "พัน คำกอง"

อภิสิทธิ์-สุเทพ เบิกความไต่สวนการตาย "พัน คำกอง"





(30 ส.ค.55) ที่ห้องพิจารณา 909 ศาลอาญา รัชดา มีการไต่สวนการเสียชีวิตของนายพัน คำกอง คนขับแท็กซี่ซึ่งถูกยิงบริเวณถนนราชปรารภ ใกล้แอร์พอร์ตลิงก์ซึ่งเป็นจุดประจำการของทหาร เช้ามืดวันที่ 15 พ.ค.53 จากกรณีที่มีการยิงสกัดรถตู้ที่เข้ามาในพื้นที่ โดยวันนี้ มีพยาน 3 ปากได้แก่ พล.ต.อ.ประทีป ตันประเสริฐ รักษาการ ผบ.ตร.ในขณะนั้น อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี และสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีและผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.)

สุเทพ เทือกสุบรรณ ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่งรองนายกฯ ฝ่ายความมั่นคง ตอบทนายว่า เมื่อมีการชุมนุมของกลุ่ม นปช. ตั้งเวทีที่ผ่านฟ้า ยึดถนนราชดำเนิน นายกฯ โดยการอนุมัติของ ครม. จึงใช้อำนาจตาม พ.ร.บ.ความมั่นคง ตั้ง ศอรส. เพื่อคลี่คลายสถานการณ์แต่ต่อมาผู้ชุมนุมไม่ได้ชุมนุมโดยสงบ คุกคามการใช้ชีวิตโดยสงบของประชาชนทั่วไป มีการก่อเหตุร้าย ยิงปืน เอ็ม 79 ระเบิดชนิดขว้าง ใส่สถานที่ราชการและเอกชน จนเกิดความหวาดหวั่น ปลุกระดมด้วยข้อความที่ทำให้ประชาชนกระด้างกระเดื่องต่อรัฐบาลและสถาบันอัน เป็นที่เคารพ หลังจากผู้ชุมนุมบุก ก.ก.ต.และรัฐสภา พร้อมด้วยอาวุธ และเข้ายึดอาวุธจากเจ้าหน้าที่ ครม.จึงเห็นชอบประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินร้ายแรง เมื่อ 7 เม.ย. พร้อมมอบหมายให้ตนเองเป็นผู้อำนวยการ ศอฉ. เพื่อป้องกันเหตุร้าย คลี่คลายสถานการณ์ให้ปกติสุข และดำรงไว้ซึ่งอำนาจรัฐและความมั่นคงปลอดภัยของบ้านเมือง

สุเทพ กล่าวว่า ศอฉ.มีอำนาจตาม พ.ร.ก.ในการระดมกำลังพลเรือน ตำรวจ ทหาร เพื่อป้องกันยับยั้งเหตุร้าย โดยสายบังคับบัญชายังมีอยู่ตามปกติ ทั้งนี้ ยืนยันว่า ศอฉ.ไม่เคยมีคำสั่งสลายการชุมนุมแม้แต่ครั้งเดียว โดยตลอดเวลา 2 เดือนครึ่งที่ปฏิบัติหน้าที่เป็นการแก้ไขตามสถานการณ์ในแต่ละเวลา เช่น เมื่อ นปช.ตั้งเวทีที่ผ่านฟ้า และยึดราชดำเนินทั้งสาย ทั้งยังยึดสี่แยกราชประสงค์ ก่อให้เกิดปัญหาจราจรในกรุงเทพฯ อย่างรุนแรง ศอฉ.จึงสั่งการให้เจ้าหน้าที่ผลักดันผู้ชุมนุม เพื่อขอคืนพื้นที่บางส่วน เพื่อแก้ปัญหาจราจรตามนโยบายของนายกฯ

สุเทพ อธิบายการผลักดันผู้ชุมนุมว่า ไม่ใช่การสลายการชุมนุม ซึ่งเป็นการใช้กำลังบังคับโดยเจ้าหน้าที่ให้เลิกชุมนุม แต่คือ การดันให้ผู้ชุมนุมถอยร่น เพื่อคืนพื้นที่บางส่วนสำหรับการจราจร

(อ่านต่อ)
http://www.prachatai.com/journal/2012/08/42375

ประเทศไทยตอแหลแลนด์ที่สุด..

ประเทศไทยตอแหลแลนด์ที่สุด..








Pavin Chachavalpongpun


รักตอแหลแลนด์ที่สุด...

- เมื่อกระสุนปลอมกลายมาเป็นกระสุนจริง ส่วนที่เสียชีวิตจริงๆ กลับเป็นเพราะกระสุนปลอม
- เมื่อสไนเปอร์กลายมาเป็นปืนส่องนก ส่วนที่ส่องไม่ใช่นกแต่เป็นประชาชน
- เมื่อมีคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนไว้ปกป้องสิทธิ แต่ประธานคณะกรรมการสิทธิฯ กลับละเมิดสิทธิมนุษยชน
- เมื่อทหารกินภาษีประชาชน แต่ภารกิจหลักคือปกป้องสถาบัน
- เมื่อคนรวยล้นฟ้า แต่บอกให้ชาวประชนต้องอยู่อย่างพอเพียง
- เมื่อคนดีบอกว่าคนอื่นเลว แต่ตัวเองนั้นเลวยิ่งกว่าเดรัจฉาน
- เมื่อผู้นำบอกว่ามีประชาธิปไตย แต่เนื้อในยังกราบไหว้ราชานิยม