รัฐบาล "ต้อง" จัดการเรื่อง ม.112

ใบตองแห้งออนแอร์ ชี้ว่ารัฐบาลต้องแสดงความกล้าหาญ และยอมรับว่า ม.112 มีปัญหา พร้อมหาคนกลาง เช่น คอป. มาเป็นเจ้าภาพหารือกับทุกฝ่ายว่าควรแก้ไขแก้อย่างไร โดยในตอนหนึ่ง ใบตองแห้งระบุว่า:
"ผมคิดว่านี่ไม่ใช่สิ่งที่ควร ทำเท่านั้น แต่มันเป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่รับผิดชอบประเทศ คุณรับผิดชอบเนี่ย รับผิดชอบ สองด้านเลย หนึ่ง ก็คือว่า ต้องรับผิดชอบในการพิทักษ์จุดยืนประชาธิปไตย รักษาความเป็นประชาธิปไตย และอันสองก็คือ รับผิดชอบในการปกป้องสถาบัน และก็ทำให้สถาบันพ้นไปจากความขัดแย้ง ทั้งสองด้านเนี่ยจะต้องมาบรรจบกันที่ว่า คุณจะทำอย่างไรในการยุติปัญหา 112 ถ้ารัฐบาลไม่ทำเรื่องนี้ ก็บอกได้ สองคำว่า หนึ่ง 'โง่' สอง 'ขี้ขลาด' ครับ"

"ปฎิรูป ม.112 คือ การปลดเงื่อนไขการนองเลือด"
คำให้สัมภาษณ์ของ ศ.ดร.ชาญวิทย์ เกษตรศิริ ผู้เชี่ยวชาญในด้านประวัติศาสตร์ เกี่ยวกับ ม.112 ตอนหนึ่งระบุว่า:
"ก็ต้องปฏิรูปออกมาสักทาง ต้องเข้าใจว่ามาตรา 112 มีวิวัฒนาการมาเรื่อยๆ แต่ก่อนโทษมันไม่ห นัก ขนาดนี้ แต่มันมาเพิ่มโทษให้หนักขึ้นในช่วงที่มีการปกครองด้วยอำนาจทั้งเผด็จการทหาร และพลเรือนตั้งแต่ยุคจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ธานินทร์ กรัยวิเชียร มันต้องปลดล็อก ถ้าเราปลดไม่ได้ มันจะยิ่งไปกันใหญ่ ... น่าห่วงมาก แต่ยอมรับว่าการแก้กฎหมายนี้จะเกิดขึ้นยาก เพราะแรงต้านทานมีสูง คนจำนวนไม่น้อยที่อยู่ในสังคมชั้นสูง ผมได้พบปะเป็นการส่วนตัว บอกกับผมว่าเห็นด้วยกับผม แต่พอที่แจ้งจะไม่ออกมาพูด ผมจึงเป็นห่วงว่าถ้าเป็นกันแบบนี้โอกาสที่สังคมนี้จะแตกหัก นองเลือดกันเหมือน พฤษภา 2553 หรือพฤษภา 2535 ถ้ามองตามหลักวิชาประวัติศาสตร์ที่ผมเรียนมา มันก็มีโอกาส วันนี้สังคมไทยต้องช่วยปลดเงื่อนไขการนองเลือด ต้องการคนที่มีความกล้าหาญทางจริยธรรมสูงมากในการทำภารกิจนี้ และการเปลี่ยนแปลงในประวัติศาสตร์ก็ใช้คนไม่มาก ใช้คนจำนวนหนึ่งที่เป็นตัวนำ แต่ต้องได้รับแรงสนับสนุนจากสังคมพอสมควร"
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น