ภาพลวงตาของ “ไฮเปอร์รอยัลลิสม์”
Thongchai Winichakul: Hyper-royalism: Its spells and Its Magic
ธงชัย วินิจจะกูล กล่าวถึงสภาวะไฮเปอร์รอยัลลิสม์
ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ที่เห็นจากพิธีกรรม และการประกอบพิธีต่างๆ
ของราชวงศ์ที่มีอยู่ทุกทีและสามารถพบเห็นได้ทุกเวลา โดยเฉพาะตั้งแต่ปี
2519เป็นต้นมาเขาชี้ว่าไฮเปอร์รอยัลลิสม์ไม่ใช่แค่สิ่งที่ถูกผลิตโดยรัฐเท่า
นั้น
แต่เป็นเรื่องที่สาธารณชนและประชาสังคมได้เข้ามามีส่วนร่วมมากขึ้นเรื่อยๆ
ในแง่หนึ่ง เมื่อเทียบกับเสรีภาพทางศาสนา
คนไทยยังมีสิทธิเลือกศาสนาและแสดงออกต่างกันได้ แต่ในแง่ของความจงรักภักดี
หรือความเป็นกษัตริย์นิยมนั้นคนไทยกลับเลือกได้น้อยกว่า
และประชาสังคมก็มีความอดทนต่อคนที่เห็นต่างไปน้อยเสียยิ่งกว่าการเห็นต่าง
ทางศาสนา
ธงชัยได้ตั้งคำถามที่สำคัญสามข้อต่อไฮเปอร์รอยัลลิสม์คือ
อะไรที่ทำให้เกิดสภาวะไฮเปอร์รอยัลลิสม์?
สภาวะดังกล่าวดำรงอยู่ได้อย่างไรในภาวะสมัยใหม่/ประเทศไทยเองเป็นรัฐสมัยใหม่หรือยัง ?
สภาวะดังกล่าวดำรงอยู่ได้อย่างไรในสภาพสังคมที่เปิด เป็นฆราวาส และเข้าสู่การใช้เหตุผลสมัยใหม่แล้ว?
ต่อคำถามข้างต้น ธงชัยอธิบายว่า
มีสิ่งที่ทำให้เกิดสภาวะไฮเปอร์รอยัลลิสม์อยู่สองอย่าง คือ
วาระทางการเมืองของระบอบกษัตริย์ภายใต้ระบอบประชาธิปไตย
และความกลัวต่ออนาคตของสถาบันกษัตริย์ โดยทั้งหมดนี้
สามารถอธิบายได้ในเชิงประวัติศาสตร์และวาทกรรมเรื่อง “ธรรมราชา”
สมัยใหม่ธงชัยกล่าวถึงจุดเปลี่ยนที่สำคัญ (foundational moment) คือ
พระราชดำรัสเมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวขึ้นครองราชย์เมื่อวันที่ 5
พ.ค. 2493 ว่า ”เราจะครองแผ่นดินโดยธรรมเพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม”
ซึ่งภายหลังถูกยกมาอ้างบ่อยครั้งในฝ่ายไฮเปอร์รอยัลลิสม์
เช่นเดียวกันกับเพลง “ครองแผ่นดินโดยธรรม”
ที่ได้ถูกผลิตซ้ำหลายต่อหลายครั้งในเวลาต่อมา
ธงชัยขยายความต่อถึงปัจจัยที่ผลักดันให้เกิดสภาวะรอยัลลิสม์
โดยชี้ว่ามาจากเหตุผลสองด้าน อย่างแรก
มาจากการที่ฝ่ายนิยมเจ้าต้องการฟื้นฟูอำนาจของสถาบันกษัตริย์ในการเมืองไทย
โดยเฉพาะหลังการสิ้นสุดระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์
และภายหลังการสิ้นอำนาจของคณะราษฎร
ซึ่งฝ่ายกษัตริย์นิยมต้องการสถาปนาอำนาจเหนือประชาธิปไตยซึ่งเขาเรียกว่า
เป็นการปกครองระบอบประชาธิปไตยแบบกษัตริย์นิยม (Royalist Democracy)