หน้าเว็บ

วันเสาร์ที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2557

ยุคมืด! ยุคมืด! ยุคมืด!

ยุคมืด! ยุคมืด! ยุคมืด!



 





ประหารประชาธิปไตย
ดึงไทยกลับไปเข้าถ้ำ
ใช้ปืนบังคับต้องทำ
ไม่ทำเรียกไปขึ้นศาล


อาศัยความเฉยเย็นชา
ของคนหน้าชาตายด้าน
หลงผิดคิดชอบทหาร
ช่วยกันสังหารประเทศไทย


ตรรกะผิดเพี้ยนเหม็นหืน
จุดยืนฝืนกาลสมัย
โลกเขาหมุนไปแสนไกล
แต่ไทยไปยุคบรรพกาล


ข่มขืนโคให้กินหญ้า
ห้ามเสวนาห้ามจัดงาน
ใครจัดต้องโดนประหาร
สืบสานตำนานยุคมืด


หนึ่งปีแล้วรัฐถูกประหาร
อีกนานต้องดูมุขฝืด
หนึ่งปีแห่งการขึงพืด
จืดชืดน่าเบื่อเหลือทน.

นายเที่ยง
19 กันยายน 2557

วันศุกร์ที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2557

8 ปีรัฐประหาร 19 กันยา

8 ปีรัฐประหาร 19 กันยา



 

สรุปสถานการณ์การเมืองที่ย่ำแย่หลังรัฐประ
­หารสองรอบ
https://www.youtube.com/watch?v=9vsx8-QZmKM 

ผลพวงรัฐประหาร 19 กันยาคือ ฆาตกรครองเมือง

ผลพวงรัฐประหาร 19 กันยาคือ ฆาตกรครองเมือง


 

blood-hands
โดย ใจ อึ๊งภากรณ์
 

ผลพวงของรัฐประหาร 19 กันยาเมื่อ 8 ปีก่อน ตามด้วยการทำลายรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งโดยศาล องค์กรไม่อิสระ พรรคประชาธิปัตย์ และคนชั้นกลาง จบลงด้วยรัฐประหารเดือนพฤษภาคมปีนี้

ปัจจุบันประเทศไทยมีรัฐบาลฆาตกร มีนายกรัฐมนตรีฆาตกร และมีสภาที่แต่งตั้งโดยทหารฆาตกร พวกนี้มือเปื้อนเลือดประชาชนที่รักประชาธิปไตย เขาฆ่าพวกเราที่ราชประสงค์ ไม่ต่างจากฆาตกรทหารรุ่นพี่ ที่ฆ่าประชาชนในเหตุการณ์ 14 ตุลา, 6 ตุลา และ พฤษภา 35

ที่สำคัญคือฆาตกรทหารเผด็จการเหล่านี้ ฆ่าประชาชนเพื่อทำลายประชาธิปไตย และเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของอภิสิทธิ์ชน

ที่สำคัญคือสภาพย่ำแย่ของประชาธิปไตยและสิทธิเสรีภาพในประเทศไทย เป็นเพราะพวกอนุรักษ์นิยมเหล่านี้เกลียดชังประชาธิปไตย และไม่เคยยอมเคารพเสียงส่วนใหญ่ แถมหน้าด้านโกหกว่าคนไทยส่วนใหญ่ไม่เข้าใจประชาธิปไตย

พวกล้าหลังเหล่านี้ดูถูกพลเมืองไทยอย่างเป็นระบบ

วันพฤหัสบดีที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2557

กษัตริย์กับรัฐประหาร

กษัตริย์กับรัฐประหาร  


           
    
ใจ อึ้งภากรณ์ : กษัตริย์กับรัฐประหาร
https://www.youtube.com/watch?v=kvxMwW1Td9o   


รองศาสตราจารย์ ใจลส์ ใจ อึ๊งภากรณ์ เป็นนักเคลื่อนไหวทางวิชาการและการเมืองสั
­ญชาติ ไทย-อังกฤษ อดีตเคยเป็นอาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ปัจจุบันได้หลบหนีคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ อาศัยอยู่ในประเทศอังกฤษ

อาจารย์ ใจลส์ ให้สัมภาษณ์ จอม เพชรประดับ เกี่ยวกับสถานการณ์ทางการเมืองในประเทศไทย ยุคเผด็จการทหาร คสช. ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี โดยเฉพาะเรื่อง สถาบันพระมหากษัตริย์กับการเมืองไทย

การที่ คสช. และรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทรโอชา มีการบังคับใช้ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 อย่างเข้มงวด จนนานาชาติ โดยเฉพาะ องค์กรด้านสิทธิมนุษยชน แสดงความเป็นห่วงปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษย
­ชนในประเทศไทย จากของการบังคับใช้กฎหมายฉบับนี้

นอกจากนั้น อ.ใจลส์ ยังพูดถึงสถาบันพระมหากษัตริย์ว่า มีส่วนเกี่ยวข้องสัมพันธ์กับการเมืองไทยมา
­โดย ตลอด แม้ว่ารัฐบาลไทยจะปฎิเสธว่า สถาบันกษัตริย์ไทย ไม่เคยลงมายุ่งเกี่ยวหรือ ไม่เกี่ยวข้องกับการเมืองไทย หรือความขัดแย้งทางการเมืองในประเทศไทยเลย­ก็ตาม

นอกจากนั้น อ.ใจลส์ ยังวิเคราะห์ถึง การสืบทอดราชบัลลังค์ของกษัตริย์ไทยนับจาก
­สิ้นรัชกาล ที่ 9 ด้วยว่าจะส่งผลต่อการเมืองไทยอย่างไร


แถลงการณ์ ศนปท. การบังคับให้ยกเลิกการจัดงานเสวนา และการควบคุมตัว อาจารย์ และนักศึกษา

แถลงการณ์ ศนปท. การบังคับให้ยกเลิกการจัดงานเสวนา และการควบคุมตัว อาจารย์ และนักศึกษา

 

10707909_577256532402977_617375424_n 

เขียนที่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รังสิต

วันที่ ๑๘ กันยายน ๒๕๕๗ 

เรื่อง การบังคับให้ยกเลิกการจัดงานเสวนา และการควบคุมตัว อาจารย์ และนักศึกษา 

เนื่องด้วยวันที่ ๑๐ กันยายน ๒๕๕๗ เฟสบุ๊ค กลุ่มธรรมศาสตร์เสรีเพื่อประชาธิปไตย (LLTD) ได้มีการประชาสัมพันธ์การจัดเสวนาเชิงวิชาการ ในวันที่ ๑๘ กันยายน ๒๕๕๗ หัวข้อ ” ห้องเรียนประชาธิปไตย : บทที่ ๒ การล่มสลายของเผด็จการในต่างประเทศ ” โดยมีวิทยากร คือ ศ.ดร.นิธิ เอียวศรีวงศ์ ดร.เชาวฤทธิ์ เชาว์แสงรัตน์ ดร.จันจิรา สมบัติพูนศิริ และนายภาณุ ตรัยเวช ดำเนินรายการโดย ดร.ประจักษ์ ก้องกีรติ   โดยใช้อาคารบรรยายรวม ๑ (บร.๑) ห้อง ๒๐๖ เป็นสถานที่จัดงาน เมื่อถึงกำหนดการปรากฎว่าเจ้าหน้าที่มหาวิทยาลัยได้รับ คำสั่งห้ามการจัด เสวนาดังกล่าว และนำกุญแจมาล็อคห้อง ๒๐๖ ไว้ คณะผู้จัดงานจึง จำเป็นต้องใช้พื้นที่โถงใต้ บร. ๑ เพื่อจัดงานเสวนาแทน โดยตั้งแต่เริ่มงานมีเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งใน และนอกเครื่องแบบมาสังเกตการณ์ อยู่จำนวนหนึ่ง และเมื่อเวลา ๑๗.๓๐ น. เจ้าหน้าที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ได้เข้ามาเจรจากับตัวแทนผู้จัดเพื่อให้ ยุติการจัดงานครั้งนี้ออกไปก่อน หลังจากการเจรจาผ่านไป ๑๐ นาทีโดยไม่เป็นผล เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเข้ามาดำเนินการระงับการจัดงานดังกล่าว และได้เชิญตัวนักศึกษาจำนวน ๓ คน ได้แก่ นายวรวุฒิ บุตรมาตร นายรัฐพล ศุภโสพล และนายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ พร้อมกับอาจารย์ผู้บรรยายทั้ง ๔ คน ไปสอบสวนยัง สภ.อ. คลองหลวง จังหวัดปทุมธานี

จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ทางกลุ่มศูนย์นิสิตนักศึกษา เพื่อประชาธิปไตยแห่งประเทศไทย (ศนปท.) จึงมีแถลงการณ์ดังต่อไปนี้

๑. ศนปท. ขอประนามการกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐในครั้งนี้ ซึ่งถือเป็นการคุกคามเสรีภาพทางวิชาการของ นักศึกษา คณาจารย์ และประชาชนทั่วไป ที่ต้องการแสวงหาความรู้ภายในพื้นที่มหาวิทยาลัย โดยทาง ศนปท. ขอยืนยันว่า การจัดเสวนาเชิงวิชาการในมหาวิทยาลัยย่อมเป็นสิ่งที่พึงกระทำได้แม้ว่าจะ อยู่ระหว่างการประกาศกฎอัยการศึก

๒. ศปนท. ขอเรียกร้องให้มีการยุติการคุกคามเสรีภาพทางวิชาการภายในมหาวิทยาลัย และเปิดพื้นที่ให้มีการใช้การเสรีภาพทางวิชาการอย่างเต็มที่ภายใต้หลักสิทธิ มนุษยชนสากล 

ศูนย์กลางนิสิต นักศึกษาเพื่อประชาธิปไตยแห่งประเทศไทย

(อ่านต่อ)
http://www.thaiscd.com/?p=451 

"นิธิ" ชี้เผด็จการเท่านั้นที่กลัวคน

"นิธิ" ชี้เผด็จการเท่านั้นที่กลัวคน 


 
 
 

เลิกกลางคัน ! หลังนศ.ดื้อจัดต่อห้องเรียนปชต. ตำรวจคุมตัว 3 นศ.ผู้จัดงาน
http://www.prachatai.com/journal/2014/09/55598

มาฟังเสียงอาจารย์ประจักษณ์ให้สัมภาษณ์สื่อหน้าสถานีตำรวจคลองหลวงกันครับ
https://www.youtube.com/watch?v=y7l8aDdeX-8&list=UUsdQI_azpQ4NkHqzXfN2nnw


"นิธิ" ชี้เผด็จการเท่านั้นที่กลัวคน
การจัดกิจกรรมของกลุ่มธรรมศาสตร์เสรีเพื่อประชาธิปไตย ในหัวข้อ "ห้องเรียนประชาธิปไตย : บทที่ 2 การล่มสลายของเผด็จการในต่างประเทศ" โดยมีวิทยากร ได้แก่ ศ.ดร.นิธิ เอียวศรีวงศ์ ดร.เชาวฤทธิ์ เชาว์แสงรัตน์ ดร.จันจิรา สมบัติพูนศิริ ดำเนินรายการโดย ดร.ประจักษ์ ก้องกีรติ ที่ ม.ธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ต้องถูกยกเลิก เนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารได้ขอความร่วมมือให้ยุติ และนำตัวผู้บรรยายและนักศึกษาอีกสามคนเดินทางไปยังสถานีตำรวจภูธรคลองหลวง ปทุมธานี

ก่อนหน้านี้ พันเอก พัลลภ เฟื่องฟู ผู้บังคับการกองบังคับการควบคุม กรมทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยานที่ 2 ได้ส่งหนังสือขอความร่วมมือไปยังรองอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ศูนย์รังสิต ให้งดการจัดกิจกรรมดังกล่าว โดยให้เหตุผลว่าอาจส่งผลกระทบต่อการแก้ไขปัญหาของชาติ และเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความแตกแยกและความเห็นต่างทางทัศนคติในทางการเมืองอีก

นายนิธิ ให้สัมภาษณ์บีบีซีไทยขณะอยู่ในรถของเจ้าหน้าที่ตำรวจซึ่งนำตัวไปยังสถานีตำรวจภูธรคลองหลวงว่า ในการเสวนาครั้งนี้ตนได้เป็นผู้กล่าวเริ่มต้นว่า การกระทำที่เป็นเผด็จการนั้นต้องมีเครื่องมือสองสิ่ง คือการทำให้คนกลัว กับการมีอุดมการณ์ซึ่งไม่ใช่การย้อนกลับไปหาอดีต แต่เพื่อการสร้างอนาคต หากขาดอุดมการณ์ดังกล่าวและมีเพียงความกลัว นั่นก็หมายความว่าฝ่ายเผด็จการเป็นผู้เกรงกลัว ไม่ใช่ฝ่ายผู้ถูกกระทำที่จะกลัว

"คุณจะกลัวทุกอย่าง เพราะอุดมการณ์ของคุณคือชาตินิยม เวลาพูดถึงชาติ คุณพูดถึงคน นั่นก็หมายความว่าคุณกลัวคน และตกใจกลัวไปหมด คนทำอะไรก็กลัวไปหมด" นายนิธิ กล่าว และว่า เหตุรัฐประหารที่เกิดขึ้นในประเทศไทยนั้นมีเพียงสองครั้งสุดท้าย ที่เป็นความพยายามจะยึดทั้งรัฐและยึดทั้งชาติ ซึ่งครั้งที่แล้วกระทำไม่สำเร็จ สำหรับครั้งนี้ชาติยังไม่ได้ถูกยึด เพราะไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะยึดชาติ

ด้าน ดร.ประจักษ์ กล่าวว่า ตนพร้อมด้วย ศ.ดร.นิธิ ดร.จันจิรา และนักศึกษาอีกสามคน ถูกนำตัวไปยังสถานีตำรวจภูธรคลองหลวง เพื่อปรับความเข้าใจเกี่ยวกับการจัดกิจกรรมในลักษณะนี้ในอนาคตว่าจะทำได้หรือไม่ได

สำหรับงานนี้นักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เป็นเจ้าของงาน วิทยากรได้รับเชิญไปบรรยาย และนักศึกษาได้ทำโครงการขอจัดงานกับทางมหาวิทยาลัยเป็นที่เรียบร้อย แต่เมื่อถึงเวลาจัดงาน ห้องที่ขอไว้กลับถูกปิดไม่ให้ใช้ เจ้าหน้าที่มหาวิทยาลัยได้รับจดหมายขอให้งดจัดกิจกรรม ซึ่งเข้าใจได้ว่ามหาวิทยาลัยคงถูกบีบ

"ผมเห็นว่าการทำโร้ดแมปเพื่อสร้างประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ ถ้าไม่ได้เริ่มจากการให้สื่อ ให้ประชาชน และนักวิชาการ ได้มีเสรีภาพ ก็คงไปถึงจุดนั้นไม่ได้" ดร.ประจักษ์ กล่าว
ทั้งนี้ คาดว่าทุกคนจะได้รับการปล่อยตัวในวันนี้

 
(ที่มา)

บีบีซีไทย - BBC Thai

ร่วมกันต่อต้านรัฐประหาร 19 กย

ร่วมกันต่อต้านรัฐประหาร 19 กย

 



รัฐประหาร 19กันยา 49 Wake up Thailand 19ก.ย.55 
https://www.youtube.com/watch?v=yyhzBfR4TBQ

19 4 54 Scoop ย้อนรอยรัฐประหารไทย ตอนที่ 22 ปฎิวัติ19 กันยา ยุทธการ ล้มทักษิณ part 1
https://www.youtube.com/watch?v=z-HYJBt4d7U

19 4 54 Scoop ย้อนรอยรัฐประหารไทย ตอนที่ 22 ปฎิวัติ19 กันยา ยุทธการ ล้มทักษิณ part 2  
https://www.youtube.com/watch?v=QhWnHYloixU 
 
รัฐประหารในประเทศไทย พ.ศ. 2549
http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%2549


 

ก้าวต่อไปในการต่อสู้ 

เราขอสดุดีผู้กล้าหาญทุกคนที่ออกมาต่อต้านรัฐประหาร การต่อสู้รอบนี้คงใช้เวลา แต่เราต้องสู้อย่างต่อเนื่องด้วยวิธีการต่างๆ ที่หลากหลาย ที่สำคัญคือต้องพยายามขยายกระแส ไปสู่ทุกภาคส่วน ต้องให้กำลังใจซึ่งกันและกัน

แต่เราต้องฉลาดในการต่อสู้ ต้องเข้าใจยุทธวธีที่มีประสิทธิภาพ เพราะแค่การใช้ “อารมณ์” คงอยู่ได้ไม่นาน

การต่อสู้แบบนำตนเอง นัดเอง มาเอง มีความสำคัญยิ่งในสถานการณ์เฉพาะหน้าปัจจุบัน เพราะไม่หวังพึ่งแกนนำ นปช. ที่หมดสภาพในการนำนานแล้ว มันเป็นการแสดงจุดยืนนำตนเอง ไม่พึ่งทักษิณด้วย เพราะทักษิณไม่มีความคิดจะสู้แบบที่จะถอนรากถอนโคนอำนาจทหารหรืออำมาตย์เลย เขาต้องการสู้แบบกดดันให้เขาสามารถกลับมามีบทบาทเท่านั้นเอง