หน้าเว็บ

วันเสาร์ที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2556

ต้านเผด็จการ ปกป้องประชาธิปไตย แต่ไม่สนับสนุนเพื่อไทย

ต้านเผด็จการ ปกป้องประชาธิปไตย แต่ไม่สนับสนุนเพื่อไทย 




ในกลางปี 1917 รัฐบาลปฏิรูปของรัสเซีย ซึ่งเกิดจากการล้มกษัตริย์ซาร์ ดูหมดสภาพ อ่อนแอ ปฏิกิริยา ไม่กล้ายุติสงครามโลก และไม่อยากสร้างความเท่าเทียมทางสังคม ปรากฏว่านายพล คอร์นิลอฟ เริ่มก่อรัฐประหารเพื่อหมุนนาฬิกากลับไปสู่ยุคมืด

พรรคบอลเชวิคต้องตัดสินใจปกป้องรัฐบาลจากการถูกโค่นล้ม แต่ในขณะเดียวกันต้องต่อต้านรัฐบาลที่ไม่ก้าวหน้า เพื่อหวังปฏิวัติสังคมนิยมในเดือนข้างหน้า แกนนำพรรคอย่าง เลนิน กับ ตรอทสกี เรียกยุทธิ์วิธีนี้ว่า “การวางปืนบนไหล่รัฐบาล เพื่อสู้กับเผด็จการปฏิกิริยา มีการนัดหยุดงานโดยคนงานรถไฟที่ลำเลียงทหารของฝ่ายรัฐประหาร มีการใช้ทหารก้าวหน้าปิดเมืองหลวง จนในที่สุดนายพล คอร์นิลอฟ พ่ายแพ้

ประเทศไทยไม่ได้อยู่ในสถานการณ์ปฏิวัติสังคมนิยมแบบรัสเซีย 1917 และเรายังไม่มีพรรคแบบพรรคบอลเชวิคที่ครองใจคนจำนวนมาก แต่รัฐบาลพรรคเพื่อไทยหมดสภาพที่จะปฏิรูปสังคมไทยให้เป็นประชาธิปไตย เพราะไปยอมจำนนต่ออำนาจปฏิกิริยาในหลายๆ เรื่อง เช่นการยุบสภา ถอนร่างกฏหมายที่จะทำให้สว.มาจากการเลือกตั้ง และด้วยการเสนอให้นิรโทษกรรมคนมือเปื้อนเลือด และที่สำคัญรัฐบาลไม่อาศัยพลังมวลชนเสื้อแดงเพื่อผลักดันการปฏิรูปไปข้างหน้า เพียงแต่ใช้เสื้อแดงเป็นกองเชียร์ มันมีบทเรียนบางอย่างจากรัสเซีย 1917 ที่นำมาใช้ได้

ในการโจมตีขบวนการปฏิกิริยาของสุเทพ และปกป้องประชาธิปไตยรัฐสภาทุนนิยม เราต้องเสนอซ้ำแล้วซ้ำอีกว่า ต้องยกเลิกรัฐธรรมนูญทหาร ต้องปล่อยนักโทษการเมืองทุกคน ต้องยกเลิก 112 และต้องนำทหารกับนักการเมืองมือเปื้อนเลือดมาขึ้นศาล นอกจากนี้เราต้องเสนอให้ปฏิรูปศาลปฏิกิริยาอีกด้วย


แน่นอนการต่อสู้ของเราจะเป็นรูปแบบการเสนอความคิด เพราะเราเล็กเกินไปที่จะสู้แบบพรรคบอลเชวิค แต่การเสนอแนวทางแบบนี้ของเราท่ามกลางการร่วมต่อต้านเผด็จการกับคนเสื้อแดงและ นปช. จะช่วยไม่ให้เรากลายเป็นแค่กองเชียร์ของพรรคเพื่อไทย ยิ่งลักษณ์ หรือทักษิณ และจะให้ความมั่นใจกับเราที่จะไม่เลือกพรรคเพื่อไทยในการเลือกตั้งที่กำลังจะเกิดขึ้น เราควรไปกาช่องไม่เลือกใครหรือศึกษาแนวทางของพรรคเล็กๆ ที่อาจก้าวหน้ากว่าเพื่อไทย แต่ในขณะเดียวกันเราไม่ควรหลงลืมว่า “การเมือง” มีองค์ประกอบมากมาย ทั้งการเลือกตั้งและการเคลื่อนไหวนอกรัฐสภา 

(ที่มา)

รอยเตอร์เผย 'อนุพงษ์'-'ประวิตร' หนุนม็อบสุเทพ

รอยเตอร์เผย 'อนุพงษ์'-'ประวิตร' หนุนม็อบสุเทพ

 





สำนักข่าวรอยเตอร์ระบุ สองพลเอกนอกราชการ อนุพงษ์ เผ่าจินดา กับประวิตร วงษ์สุวรรณ อยู่เบื้องหลังแกนนำผู้ประท้วงต่อต้านรัฐบาล สุเทพ เทือกสุบรรณ  

รอยเตอร์อ้างแหล่งข่าวทางทหารสองแหล่ง รายงานว่า อดีตรัฐมนตรีกลาโหม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ กับพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา อดีตผู้บัญชาการทหารบก ซึ่งมีอิทธิพลสูงในกองทัพของไทย อยู่เบื้องหลังนายสุเทพ เทือกสุบรรณ แกนนำประท้วงขับไล่รัฐบาลของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร

รายงานซึ่งเขียนโดย Jason Szep และ Sawitta Lefevre ระบุว่า ไม่เป็นที่แน่ชัดว่า อนุพงษ์ วัย 64 และประวิตร วัย 67 ยังคงมีอิทธิพลเหนือกองทัพมากแค่ไหน และเป็นปัจจัยชี้ขาดต่อชัยชนะของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ แกนนำกลุ่มต่อต้านรัฐบาล หรือไม่

อย่างไรก็ดี ทั้งสองมีสัมพันธ์ใกล้ชิดกับผู้บัญชาการทหารบก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และนายพลทั้งสามล้วนมีความเป็นปฏิปักษ์ต่อพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร พี่ชายของนายกรัฐมนตรี 
แหล่งข่าวทางทหาร เปิดเผยว่า ถ้าการประท้วงของนายสุเทพนำไปสู่เหตุรุนแรง นายพลทั้งสองอาจโน้มน้าวให้กองทัพเข้าแทรกแซง หรือกระทั่งเข้ายึดอำนาจในนามของการรักษาความมั่นคงแห่งชาติ เปิดทางให้นายสุเทพจัดตั้งสภาประชาชน

Wake Up Thailand

Wake Up Thailand





Wake Up Thailand ประจำวันที่ 13 ธันวาคม 2556  ตอนที่ 2
สละหลักการเพื่อความรักได้หรือไม่
http://www.dailymotion.com/video/x18cgnl_สละหล-กการเพ-อความร-กได- 

Wake Up Thailand ประจำวันที่ 13 ธันวาคม 2556  ตอนที่ 1
ปฎิรูปการเมืองกันจัง 
http://www.dailymotion.com/video/x18cf4h_ปฏ-ร-ปการเม-องก-นจ-ง 
 
Wake Up Thailand ประจำวันที่ 12 ธันวาคม 2556  ตอนที่ 2
ม็อบผู้มีอันจะกินชาวกรุงเทพฯ

http://www.youtube.com/watch?v=Hrny7xH0ulg

Wake Up Thailand ประจำวันที่ 12 ธันวาคม 2556  ตอนที่ 1
ปฏิรูปการเมืองเพื่อใคร
http://www.dailymotion.com/video/x18ax50_ปฏ-ร-ปการเม-องเพ-อใค 
  

Wake Up Thailand ประจำวันที่ 11 ธันวาคม 2556  ตอนที่ 2
ตั้งสมัชชาปกป้องประชาธิปไตย ค้านสภาประชาชน
http://www.dailymotion.com/video/x189b3e_ต-งสม-ชชาปกป-องประชาธ-ปไตย-ค-านสภาประ 

Wake Up Thailand ประจำวันที่ 11 ธันวาคม 2556  ตอนที่ 1
สงสัย สุเทพ อยากเป็น MUSSOLINI
http://www.dailymotion.com/video/x1899wz_สงส-ย-ส-เทพ-อยากเป-น- 

Divas Cafe

Divas Cafe 




Divas Cafe ประจำวันที่ 13 ธันวาคม 2556
เสรีภาพสำคัญกว่าการศึกษา
http://www.dailymotion.com/video/x18cj97_เสร-ภาพสำค-ญกว-าการศ

Divas Cafe ประจำวันที่ 12 ธันวาคม 2556
เลือกด้วยใจ ไม่ใช่ด้วยเงิน
http://www.dailymotion.com/video/x18azsg_เล-อกด-วยใจ-ไม-ใช-ด-วยเง
 
Divas Cafe ประจำวันที่ 11 ธันวาคม 2556
ไทยอดทน ปกป้องประชาธิปไตย
http://www.dailymotion.com/video/x189deg_ไทยอดทน-ปกป-องประชาธ-ปไตย

คำต่อคำ "พล.อ.ธนะศักดิ์" ถาม "สุเทพ" ตอบ

คำต่อคำ "พล.อ.ธนะศักดิ์" ถาม "สุเทพ" ตอบ


"วันนี้ ประชาชนเค้าลุกขึ้นมาแล้วบอกว่ารัฐบาลไม่ชอบด้วยกฎหมาย ไม่ชอบด้วยการเมือง วันนี้ถ้าข้าราชการยืนข้างประชาชน เรื่องจบทันที นี่ผมไม่ได้บีบบังคับนะครับ แต่ถ้าท่านตัดสินใจได้เร็วท่านเป็นวีรบุรุษของประชาชน"


ใน เวทีเสวนาสาธารณะเพื่อปรึกษาหารือ รับฟังความคิดเห็นและหาแนวทางในการแก้ไขปัญหาสถานการณ์ ที่ ผบ.เหล่าทัพรับเป็นเจ้าภาพ ที่ห้องประชุมศูนย์ปฏิบัติการเพื่อสันติภาพ กองบัญชาการกองทัพไทย ช่วงบ่ายวันที่ 14 ธันวาคม 2556 มีบุคคลหลายฝ่ายเข้าร่วมและนำเสนอแนวคิดต่างๆ

แต่ที่เป็นไฮไลต์มากที่สุดหนีไม่พ้นคำถามที่ “พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร” ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.สส.) ได้ตั้งคำถามถึง “สุเทพ เทือกสุบรรณ” เลขาธิการกปปส.

สำนักข่าวอิศรา www.isranews.org จึงตัดคำพูดของทั้ง 2 คีย์แมนมานำเสนอ

พล.อ.ธนะศักดิ์ ถามว่า ผม พูดแบบรักชาติ แบบคณะของพี่สุเทพฯ บอกตั้งแต่ต้นแล้วว่า เราแต่ละคนมีความเห็นที่เหมือนกันคือรักชาติ อยากให้ประเทศสงบ ทำอย่างไรจะให้ไปได้ดี วิน-วินทุกคนแฮปปี้ ทุกคนมีเส้นของตัวเอง ตอนผมเป็นเด็ก ถูกเค้าฝึกมาบอกว่าทำงานต้องมีระเบียบวินัย ผมเดินบนเส้นตรง งานที่ผ่านมาเกี่ยวกับชีวิตของหลายคน แต่พอเริ่มโตขึ้นเริ่มมีช่องให้เดิน เส้นคู่ขนาน เช่นเค้าให้ชกมวยก็ต้องชกในเวที พยายามอยากให้สงบได้เร็ว ซึ่ง พ.ร.ฎ.ยุบสภาออกมาแล้วเลือกตั้งวันที่ 2 ก.พ.2557 แต่มีวิธีหรือไม่ที่ทำให้บริสุทธิ์ยุติธรรมให้มากที่สุด เพื่อที่จะให้ก้าวไปได้ 

จดหมายถึงผู้ชุมนุมผู้มีอันจะกินชาวกรุงเทพฯ

จดหมายถึงผู้ชุมนุมผู้มีอันจะกินชาวกรุงเทพฯ


A file photo shows Suthep Thaugsuban leading protesters to the Finance Ministry.
 
โดย ประวิตร โรจนพฤกษ์


วันก่อนพวกคุณได้ร่วมการถกเถียงเรื่องที่ว่าม็อบวันจันทร์ที่ 9 ธันวา ที่ผ่านมามีคนมาร่วมชุมนุมถึงห้าล้านอย่างที่ท่านสุเทพ เทือกสุบรรณ อ้างหรือเพียงแค่แสนห้ากันแน่หรือไม่ -ผมอดนึกมิได้ว่าการถกเถียงอย่างดุเดือดเรื่องนี้ในโซเชียลมีเดียโยงกับความรู้สึกไม่มั่นคงเรื่องความชอบธรรมและข้อสงสัยที่ว่าพวกคุณเป็นคนส่วนน้อยหรือส่วนใหญ่ในสังคมกันแน่
  
ท่านสุเทพทำผมตาค้างแทบตกเก้าอี้เมื่อผมได้ยินท่านผู้นำสูงสุดของพวกคุณประกาศตอนบ่ายแก่ๆวันจันทร์ว่าอีกไม่นานท่านจะขึ้นมาแถลงบนเวทีหน้าทำเนียบฯในนามของมวลมหาประชาชนไทยทุกคน เอ่อ…คือ… คือผมจำไม่ได้จริงๆว่าผมเคยยินยอมให้ท่านสุเทพหรือผู้นำของพวกคุณเอาหนึ่งเสียงของผมไปอ้างตั้งแต่เมื่อไหร่ และผมก็มั่นใจว่าลึกๆพวกคุณก็คงทราบดีว่าคนไทยอีกหลายสิบล้านก็มิเคยได้มอบอำนาจให้แก่ท่านสุเทพเช่นกัน
  
แต่ไม่ว่าจำนวนผู้ชุมนุมบนท้องถนนในวันนั้นจะมากถึงห้าล้านหรือแค่แสนห้า ความจริงก็คือว่าไม่มีผู้ใดจะสามารถอ้างว่าตนพูดในนามของประชาชนทั้งประเทศได้ ผมอยากย้ำเตือนชนชั้นกลางและชนชั้นสูงชาวกรุงเทพฯผู้มีอันจะกินอย่างพวกคุณทุกคนที่ได้ออกไปใช้สิทธิทางการเมืองโดยการชุมนุมประท้วงมา ณ ที่นี้ด้วยว่าพวกคุณมิใช่คนส่วนใหญ่ของสังคม และเมืองไทยก็มิใช่สมบัติของชนชั้นกลางและชนชั้นสูงในกรุงเทพฯ เท่านั้น กรุงเทพฯเป็นเพียงส่วนหนึ่งของประเทศไทย และประเทศเป็นของคนไทยทุกคนร่วมกัน
  

Apartheid Thailand!

Apartheid Thailand!






คนขาวเหยียดคนดำว่าต่ำกว่า
สิทธิ์เลือกตั้งถ้วนหน้ามิยอมให้
เสียงข้างน้อยผูกขาดอำนาจไป
เสียงข้างมากแค้นใจจึงลุกฮือ

นี่ผิวเหลืองเหมือนกันมันยังหยาม
สิทธิ์เลือกตั้งแบ่งตามปริญญาหรือ?
ไทยข้างน้อยรวบอำนาจไว้ในมือ
ไทยข้างมากมันถือเป็นเศษคน

นี่ไม่ใช่ “ปฏิวัติประชาราษฎร์”
แต่คือม็อบอำมาตย์ยึดถนน
แล้วแอบอ้าง “มวลมหาประชาชน”
เพื่อเตรียมปล้นสิทธิ์เสรีพี่น้องไทย

กูหนึ่งคนหนึ่งเสียงก็เพียงพอ
มึงหนึ่งคนจะล่อสองให้ได้
ศักดิ์ศรีคนแบ่งชั้นกันเกินไป
หลักประชาธิปไตยใช่ของมึง!

แถลงการณ์: ค้านข้อเสนอรัฐบาลพระราชทาน สภาประชาชน ต้องเลือกตั้งอย่างเดียว

แถลงการณ์: ค้านข้อเสนอรัฐบาลพระราชทาน สภาประชาชน ต้องเลือกตั้งอย่างเดียว



สหพันธ์ประชาชนเสรีเพื่อประชาธิปไตย-สปป. 
กลุ่ม สหพันธ์ประชาชนเสรีเพื่อประชาธิปไตย ภาคอีสาน ประกาศจุดยืนไม่เอามาตรา7 ไม่ยอมรับแนวทางสภาประชาชน ขอทหารยุติแทรกแซงการเมือง ยืนยันการเลือกตั้งเป็นวาระแห่งชาติ เตือนNGOs อย่าหวังเศษเนื้อที่ กปปส.ได้หยิบยื่นให้


แถลงการณ์  ฉบับที่ 3
“ต่อต้านรัฐบาลพระราชทาน คัดค้านสภาประชาชน
ปกป้องรัฐบาลประชาธิปไตย  เดินหน้าเลือกตั้งอย่างเดียว”

เป็นที่แน่ชัดแล้วว่า  ภายหลังที่ “กลุ่ม กปปส. นำโดยนายสุเทพ เทือกสุบรรณ”  ได้กระเสือกกระสน  เพื่อต่อลมหายใจเฮือกสุดท้าย  โดยแอบไปพบ “ทหาร” กลุ่มหนึ่งที่ค่ายทหาร  เพื่อออกแบบวางแผนในการเคลื่อนไหวให้เกิด “สุญญากาศทางการเมือง” เปิดช่องให้มี “นายกรัฐมนตรีพระราชทาน” ซึ่งก็คือการก่อ “รัฐประหารแบบใหม่” อันจะนำไปสู่การฟื้นฟู “รัฐสมบูรณาญาสิทธิราชย์ใหม่” ตามอุดมการณ์สูงสุดของพวกเขา

ใน สถานการณ์ปัจจุบัน การแทรกแซงทางการเมืองของ “กลุ่มทหาร” เป็นไปแบบแนบเนียน  นับตั้งแต่ “สะเออะ” ทำตัวเป็นคนกลางในการเจรจา  ซึ่งไม่ใช่บทบาทหน้าที่ของทหารแต่อย่างใด  และการที่ “กลุ่ม กปปส.”  เสนอตัวต่อบรรดา ผบ.เหล่าทัพ/ ผบ.สส./ ผบ.ตร.  เพื่อเสนอแนวทาง “การปฏิรูปประเทศไทย”  ก็ล้วนแล้วแต่เป็นการเล่น “ละคร”  แหกตาประชาชนทั้งสิ้น

ส่วนข้อเสนอของ “กลุ่ม กปปส.”  ที่จะเรียกบรรดา “นักพัฒนา” องค์กรพัฒนาเอกชน/ องค์กรชุมชน/ ภาคประชาสังคม และองค์กรสาธารระ ต่าง ๆ ไป “เข้าพบ” นั้น  ก็เป็นไปตามการออกแบบวางแผนของเหล่า “ขุนนาง NGOs” ภายใต้การชี้นำของกลุ่มที่เรียกตนเองว่า “ราษฏรอาวุโส”  ที่ไม่เคยเชื่อมั่นและเคารพในกติกา “หนึ่งสิทธิ์ หนึ่งเสียง” ซึ่งมักอ้างตัวว่าเป็น “ตัวแทน” ของชาวบ้าน/ประชาชนเรื่อยมา  กลุ่มพวกเขาเหล่านี้  มีความฝันอันสูงสุดในการสร้าง “สภาประชาชน”  ที่จะมาจากการ “แต่งตั้ง” โดยบรรดา “คนดีมีศิลธรรม” จาก “เครือข่ายอำมาตย์” ของพวกมันเอง ซึ่งแท้ที่จริงก็คือ “สภาขุนนาง”  ดี ๆ นี่เอง  ทั้งหลายทั้งปวง  ล้วนแล้วอยู่ภายใต้การบงการของ “อำนาจนอกระบบเหนือรัฐ”  ที่เป็น “อีแอบ” ขัดขวางการพัฒนา “ประชาธิปไตย” ในสังคมไทยมาอย่างยาวนาน และนิรันดร.......

ด้วยเหตุดังนั้น  คณะกรรมการ “สหพันธ์ประชาชนเสรีเพื่อประชาธิปไตย” (สปป.)  เป็นองค์กรประสานความร่วมมือ “กลุ่มพลังประชาธิปไตย” เพื่อสถาปนา, สร้างสรรค์ “ประชาธิปไตยที่สมบูรณ์แท้จริง”  ได้ประเมินสถานการณ์และมีข้อเสนอต่อสังคมไทย  ดังต่อไปนี้


ข้อเสนอต่อกลุ่มทหาร

 ขอให้หยุดแทรกแซงทางการเมือง  กลับเข้าสู่กรมกอง  เป็นทหารอาชีพที่ยึดโยงอยู่กับประชาชน  ภายใต้รัฐบาลรักษาการยิ่งลักษณ์  ชินวัตร  เพราะบัญชีเก่าประชาชนยังไม่ได้สะสาง  อย่ารีบสร้างบัญชีใหม่ขึ้นมาอีกเลย

ข้อเสนอต่อ นปช.แดงทั้งแผ่นดิน และกลุ่มพลังประชาธิปไตย ต่าง ๆ
1. ให้ นปช.แดงทั้งแผ่นดิน  ประสานงาน “กลุ่มพลังประชาธิปไตย” หรือ กลุ่มแดงอิสระ อื่น ๆ จัด “สัมมนาใหญ่” เพื่อสร้างเอกภาพทางความคิด และผลักดัน “การเลือกตั้งเป็นวาระแห่งชาติ” ร่วมกัน
2. ขอสนับสนุนยุทธศาสตร์ “การเลือกตั้งเป็นวาระแห่งชาติ” ของ นปช.แดงทั้งแผ่นดิน ภายใต้คำขวัญ “เดินหน้าประชาธิปไตย  ประเทศไทยต้องเลือกตั้ง” โดยไม่มีเงื่อนไข
3. ขอแสดงความยินดีกับ “สมัชชาปกป้องประชาธิปไตย” (สปป.) ที่ก่อรูปเป็นองค์กรทางปัญญา  เพื่อชี้ทางสว่างให้กับสังคมไทย และขอสนับสนุนกิจกรรมที่จะสร้างสรรค์ขึ้นทุกอย่าง

ขอประกาศจุดยืนของ สปป. และภาคีเครือข่าย ดังต่อไปนี้
1. จะต่อต้าน  การรัฐประหาร  สภาประชาชน ทุกรูปแบบ
2. ไม่เอารัฐบาลแห่งชาติ (รัฐบาลพระราชทาน/ รัฐบาลที่มาจาก มาตรา7)
3. จะเดินหน้าคัดค้าน และต่อต้าน “อำนาจนอกระบบเหนือรัฐ” ที่แทรกแซงทางการเมือง ทุกรูปแบบ
4. จะสนับสนุนและเข้าร่วมผลักดัน “การเลือกตั้งเป็นวาระแห่งชาติ” โดยไม่มีเงื่อนไข

สุดท้าย สปป. ขอประณามการกระทำอันชั่วร้ายของกลุ่ม “ขุนนาง NGOs” และพวกที่มักอ้างตัวเป็น “ปราชญ์ชาวบ้าน” / “ผู้นำองค์กรชุมชน” ที่ได้เผยถึง “ธาตุแท้” ของพวกเขาออกมาแล้วอย่างล่อนจ้อน  ด้วยการกระทำอันรังเกียจ  โดยการวิ่งเข้ากราบแทบเท้า “นายสุเทพ เทือกสุบรรณ” อย่างหน้าละอายและไร้ศักดิ์ศรี   เพียงเพื่อหวัง “เศษเนื้อ”  ที่พวก กปปส.จะหยิบยื่นให้  หรือ ตำแหน่ง “รัฐมนตรี” ใน “รัฐบาลพระราชทาน” ที่ “เพ้อเจ้อ”  ซึ่งสะท้อนถึงการ “ฝักใฝ่ศักดินา  แสวงหาชั้นยศ” อันเป็นคราบไคลที่แท้จริง  อันหยั่งรากลึกอยู่ในมโนสำนึกของพวกเขาเหล่านี้

และ ขอตักเตือนบรรดาเหล่า “ขุนนาง NGOs” ดังกล่าว โปรดจงรีบ “ถอนตัว” ออกมาโดนด่วน  ขอจงใช้สติในฐานะปัญญาชนไต่ตรองให้รอบคอบ  เพื่อที่จะไม่เป็นภาระแก่ลูกหลาน


(อ่านต่อ)
http://www.prachatai.com/journal/2013/12/50392  

เวทีเสวนาประชาธิปไตย มายาคติว่าด้วยประชาธิปไตย (ของใครของมัน)

เวทีเสวนาประชาธิปไตย มายาคติว่าด้วยประชาธิปไตย (ของใครของมัน)

 




เวลา 13.00 – 16.30 น
ณ ห้อง ร.103 คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์
13.00-13.30 ลงทะเบียน

13.30-13.40 กล่าวเปิดงาน โดย คุณสุชาดา จักรพิสุทธิ์ ผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูล&ข่าวสืบสวนเพื่อสิทธิพลเมือง ( TCIJ )
13.40- 15.30 เวทีเสวนาประชาธิปไตย มายาคติว่าด้วยประชาธิปไตย 

โดย
· ประจักษ์ ก้องกีรติ : คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
· ปิยบุตร แสงกนกกุล : คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
· เวียงรัฐ เนติโพธิ์ : คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
· ชูวัส ฤกษ์ศิริสุข : บรรณาธิการบริหารเว็บไซต์ประชาไท / ดำเนินรายการ
15.30 – 16.30 เปิดให้ผู้เข้าร่วมแลกเปลี่ยน เสวนา

(ที่มา)
http://prachatai.com/activity/2013/12/50351 

iLaw: อัยการ-ศาล สร้างนิยามใหม่ความผิดฐาน 'พยายามหมิ่นกษัตริย์ฯ'

iLaw: อัยการ-ศาล สร้างนิยามใหม่ความผิดฐาน 'พยายามหมิ่นกษัตริย์ฯ'

 


 

วันที่ 12 ธันวาคม 2556 ศาลอาญาอ่านคำพิพากษาในคดีที่นายกิตติธนถูกฟ้องว่า เป็นผู้ใช้นามแฝงว่า “เคนจิ” โพสต์ข้อความดูหมิ่น หมิ่นประมาท พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระราชินีลงในเว็บไซต์ dangddดอทcom หรือเว็บไซต์ internetfreedom โดยศาลตัดสินว่า การกระทำของจำเลยเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 และพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 มาตรา 14 (2) (3) ทั้งหมด 2 กรรม ลงโทษจำคุกกรรมละ 5 ปี

นอกจากนี้นายกิตติธนยังมีความผิดฐาน “ตระเตรียมและพยายาม” หมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายต่อพระมหากษัตริย์ พระราชินี และรัชทายาทด้วย จากการที่มีภาพถ่ายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระราชินี สมเด็จพระเทพฯ และองค์เจ้าฟ้าหญิงจุฬาภรณ์ รวมทั้งองค์รัชทายาทของแต่ละพระองค์ที่เสด็จไปสถานที่ต่างๆ ในพระอิริยาบถต่างๆ โดยจำเลยเขียนพิมพ์ข้อความต่างๆ ประกอบพระบรมฉายาลักษณ์ โดยเป็นข้อความในลักษณะดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้าย ซึ่งจำเลยตระเตรียมภาพถ่ายพร้อมข้อความดังกล่าวและบันทึกไว้ในอุปกรณ์ อิเล็กทรอนิกส์ ที่สามารถเชื่อมต่อเข้าสู่ระบบอินเทอร์เน็ต เพื่อเผยแพร่ภาพและข้อความดังกล่าว ในบรรยายฟ้องระบุว่า จำเลยกระทำความผิดไปโดยตลอดแล้วแต่การกระทำไม่บรรลุผลเนื่องจากเจ้าหน้าที่ ตำรวจเข้าตรวจค้นและยึดไว้ก่อนที่จำเลยจะโพสต์ในอินเทอร์เน็ต การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดฐานพยายามกระทำผิดมาตรา 112 ศาลพิพากษาลงโทษจำคุก 3 ปี 4 เดือน

รวมทั้งหมด นายกิตติธนถูกศาลตัดสินให้จำคุก 13 ปี 4 เดือน เนื่องจากรับสารภาพในทุกข้อกล่าวหาตั้งแต่ชั้นสอบสวนและชั้นศาล ศาลจึงลดโทษให้กึ่งหนึ่ง เหลือโทษจำคุก 5 ปี 20 เดือน
[อ่านรายละเอียดคดีกิตติธน : เคนจิ คลิกที่นี่]

รับสารภาพไม่ใช่ผิดอัตโนมัติ ศาลยังคงมีหน้าที่ต้องปรับบทกฎหมายให้ถูกต้อง
เป็นหลักการทั่วไปว่า ศาลเป็นผู้มีหน้าที่วินิจฉัยคดีความ โดยหน้าที่ของศาลคือการปรับบทกฎหมายให้เข้ากับข้อเท็จจริง คือศาลต้องอธิบายว่าการกระทำของจำเลย เข้าองค์ประกอบความผิดตามตัวบทกฎหมายอย่างไร เพื่อตอบคำถามว่าการกระทำของจำเลยเป็นความผิดตามกฎหมายหรือไม่

กรณีที่จำเลยรับสารภาพในชั้นศาล หมายความว่า จำเลยรับสารภาพว่าตัวเองได้กระทำไปตามที่โจทก์เขียนบรรยายมาในคำฟ้อง และข้อเท็จจริงที่โจทก์กล่าวอ้างมานั้นเป็นความจริงทุกประการ มีผลให้ประเด็น “ข้อเท็จจริง” ในคดีนี้ยุติแล้ว ศาลสามารถใช้ข้อเท็จจริงที่โจทก์บรรยายมาในคำฟ้องวินิจฉัยคดีและพิพากษาคดี ได้เลย แต่ทั้งนี้ ศาลยังมีหน้าที่ต้องนำข้อเท็จจริงมาปรับเข้ากับตัวบทกฎหมายอีกครั้งว่า ข้อเท็จจริงที่ยุติแล้วนั้น เข้าองค์ประกอบความผิดตามตัวบทกฎหหมายมาตราใด หรือไม่