หน้าเว็บ

วันอังคารที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2556

จีนเข้าสู่วิกฤตเศรษฐกิจ

จีนเข้าสู่วิกฤตเศรษฐกิจ 


 
พอล์ ครุกแมน

Hitting China’s Wall
http://www.nytimes.com/2013/07/19/opinion/krugman-hitting-chinas-wall.html?_r=2& 

พอล์ ครุกแมน นักเศรษฐศาสตร์สาย “เคนส์” ในสหรัฐ เขียนถึงวิกฤตเศรษฐกิจในประเทศจีน ที่ทำให้อัตราการเติบโตของเศรษฐกิจจีนช้าลง ในอดีตจีนอาศัยนโยบายเศรษฐกิจที่เน้นค่าแรงต่ำ และสามารถกดค่าแรงได้เพราะมีคนจนในชนบทมากมายที่เป็น “กองทัพแรงงานสำรอง” มูลค่าที่ถูกผลิตขึ้นในจีนจากการทำงานของกรรมาชีพ ส่วนใหญ่ถูกนำไปลงทุนต่อโดยรัฐวิสาหกิจ และมีส่วนหนึ่งที่เข้ากระเป๋าพวกนายทุนลูกหลานแกนนำพรรคคอมมิวนิสต์ คนธรรมดาไม่ได้ประโยชน์จากเศรษฐกิจที่ปูมหลายปี มันสร้างความไม่สมดุลย์ระหว่าง “การบริโภคของประชาชน” กับ “การลงทุน” ซึ่งจีนมีสัดส่วนของผลิตภัณฑ์มวลรวมที่นำไปลงทุนต่อสูงมาก เกือบ 50 เปอร์เซนต์ มันเป็น “การลงทุน เพื่อสร้างกำไร เพื่อลงทุนต่อ” ซึ่งเราชาวเลี้ยวซ้ายคงเข้าใจดีว่าเป็นหัวใจของระบบทุนนิยมที่ คาร์ล มาร์คซ์ เคยพูดถึง และแสดงให้เห็นว่าจีนเป็นทุนนิยมไปนานแล้ว... ครุกแมน อธิบายต่อว่า ตอนนี้จีนเริ่มขาดแรงงาน กรรมาชีพเลยมีอำนาจต่อรองสูง มีการเพิ่มค่าจ้างและการบริโภค แต่ปรากฏการณ์นี้ทำให้อัตรากำไรลดลง รัฐบาลพยายามแก้ปัญหาด้วยการกดค่าเงินและการชักชวนให้มีการกู้เงินด้วยดอกเบี้ยต่ำ แต่นโยบายแบบนั้นเพียงแต่ยืดเวลาของการเกิดวิกฤต เพราะเมื่อฟองสบู่แตกก็จะมีปัญหาใหญ่ จีนมีเศรษฐกิจที่ใหญ่พอสมควร แต่เล็กกว่าสหรัฐ และอียู ในยามปกติส่วนอื่นของโลกคงเอาตัวรอดท่ามกลางวิกฤตจีนได้ แต่ในปัจจุบันทุกส่วนของโลกมีวิกฤตร้ายแรง และเรามองว่าประเทศที่พึ่งพาการส่งออกไปจีน ไม่ว่าจะเป็นวัตถุดิบ เช่นลาตินอเมริกา อัฟริกา ออสเตรเลีย หรือประเทศที่ส่งชิ้นส่วนย่อยไปประกอบที่จีนอย่างไทย คงมีปัญหา

ครุกแมนพูดครึ่งเดียว เพราะนักเศรษฐศาสตร์แนวเคนส์อย่างเขาหลงเชื่อว่าถ้าการบริโภคสมดุลย์กับการ ลงทุนเศรษฐกิจจะไปได้สวย และเขาเชื่อว่าการบริโภคกระตุ้นเศรษฐกิจและแก้ปัญหาวิกฤตได้ แต่วิกฤตจีนไม่ต่างจากวิกฤตทุนนิยมทั่วโลก คือต้นเหตุพื้นฐานมาจากการลดลงของอัตรากำไร ที่เกิดจากการลงทุนในเครื่องจักรมากขึ้นเรื่อยๆ แทนที่จะจ้างงาน การเพิ่มอัตราการบริโภคไม่สามารถฟื้นอัตรากำไรได้ และอาจตัดกำไรนายทุนถ้ามาจากการเพิ่มค่าจ้าง ทุนนิยมมันซ่อมไม่ได้ ต้องยกเลิก  

(ที่มา)
http://turnleftthai.blogspot.dk/2013/07/blog-post_21.html 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น