หน้าเว็บ

วันอังคารที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2556

ถาม-ตอบ: นักวิชาการจะเอาคอรัปชั่น? เลือกตั้งกี่ครั้งก็แพ้ จะให้ทำอย่างไร? ฯลฯ

ถาม-ตอบ: นักวิชาการจะเอาคอรัปชั่น? เลือกตั้งกี่ครั้งก็แพ้ จะให้ทำอย่างไร? ฯลฯ


 
ตอบคำถามเรื่องคอร์รัปชั่น : เกษียร เตชะพีระ
https://www.youtube.com/watch?v=WKuVz4__w8o#t=13 


10 ธ.ค.56 ภายหลังการแถลงข่าวและการออกแถลงการณ์ของสมัชชาปกป้องประชาธิปไตย (สปป.) นำโดยนักวิชาการกว่าร้อยคน มีการตั้งคำถามและตอบคำถามที่น่าสนใจ สรุปได้ดังนี้

(คลิปวีดิโอ สามารติดตามชมได้เร็วๆ นี้)

ประวิตร โรจนพฤกษ์ จาก The Nation ตั้งคำถามว่า ถ้าผู้ชุมนุมฝั่งคุณสุเทพถามว่าทำไมไม่พูดเรื่อง abuse of power หรือ คอรัปชั่นเลย จะตอบว่าอย่างไร, การแถลงในวันนี้สื่อถึงคนกลุ่มไหนในสังคมเป็นพิเศษไหม ยังคาดหวังว่าผู้ชุมนุมฝ่ายคุณสุเทพจะยังฟังไหม ในสถานการณ์ทีเกลียดชังกันอย่างมากจนไม่มี trust หลงเหลือ, ถ้าพรรคประชาธิปัตย์ไม่ลงสมัครรับเลือกตั้งซ่อมจะเกิดอะไรขึ้น, มั่นใจแล้วหรือว่าทหารจะไม่เข้ามาแทรกแซง เพราะเอาเข้าจริงการที่ทหารเป็นคนกลางในการเจรจาระหว่างคุณยิ่งลักษณ์และคุณ สุเทพ ก็ชัดเจนว่าทหารมีบทบาทมากกว่าอยู่ในกองทัพ ฯลฯ


เกษียร เตชะพีระ

ประเด็นที่ถามว่า ทำไมที่ประชุมนี้ไม่พูดถึงประเด็น abuse of power หรือ corruption พูดง่ายๆ อันนี้เป็นปัญหา tyranny of the majority ปัญหานี้มีอยู่จริงและผมคิดว่ามีคนไทยจำนวนมากโดยเฉพาะที่มาร่วมชุมนุมคิด ว่านี่เป็นปัญหาหลักของเขา และการที่ออกมาเดินขบวนแทบจะยึดกรุงเทพฯ ทั้งหมด และไม่คิดว่าการเลือกตั้งเป็นคำตอบของเขาด้วยนั้นเพราะเขารู้สึกว่าพวกเขาไป เลือกตั้งทีไรแพ้การเลือกตั้งทุกที เพราะเขาเป็นเสียงข้างน้อย (ผู้ฟังปรบมือ) ที่เลือกตั้งทุกครั้งแล้วแพ้เลือกตั้ง เท่ากับไปพิสูจน์ว่าเขาไม่มีอำนาจ เขารู้สึกว่าไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้เลยในสิ่งที่เป็นปัญหา

ปัญหานั้นมีอยู่จริง ทั้งกระบวนการได้มาซึ่งอำนาจและกระบวนการใช้อำนาจ ปัญหาหลักใหญ่ของพรรคการเมืองไทยคือ “อำนาจทุน” อยู่เหนือ “อำนาจมวลชน” และอำนาจสมาชิกพรรค และไม่เคยมีกลไกกระบวนการที่จำกัดอำนาจทุนที่ครอบงำพรรคการเมือง ไม่มีใครหยิบยกเรื่องนี้ เรื่องนี้เป็นปัญหาประชาธิปไตยที่อื่นด้วย และในที่สุดเราจะต้องติดตั้งกลไกต่างๆ ที่จะจำกัดอำนาจนายเงินนายทุนลง ไม่ให้ไปซื้อพรรคหรือคุมพรรคทั้งหมด กระบวนการนี้ไม่เกิดขึ้นในเร็ววัน และที่สำคัญกระบวนการนี้จะเกิดขึ้นได้และมั่นคงได้ต้องช่วยกันทำในกรอบ ประชาธิปไตย ไม่ใช่หวังว่าจะมีเทวดาที่ไหนลงมาติดปืนยึดอำนาจรัฐ สร้างมันขึ้น มันไม่มี(ผู้ฟังปรบมือ)

รวมทั้งปัญหาทุจริตคอรัปชั่นต่างๆ ผมเข้าใจว่าหลายคนอยากให้ปัญหาพวกนี้ที่มันอันตราย มันเลวร้ายหมดไปในเร็ววัน ไม่มีประเทศไหนในโลกไม่มีปัญหาคอรัปชั่น ต่อให้เป็นประเทศที่เป็นประชาธิปไตยที่สุดก็ตาม แต่ประเทศที่เป็นประชาธิปไตยใช้ประชาธิปไตยจำกัดคอรัปชั่นลง (ผู้ฟังปรบมือ) ไม่ใช่โดยการทำลายประชาธิปไตยเพื่อจะหยุดคอรัปชั่นบางอย่าง แล้วปล่อยให้คอรัปชั่นบางอย่างเกิดขึ้นโดยที่คุณไม่มีเครื่องมือตรวจสอบ

คุณสุเทพต้องการหยุดคอรัปชั่นของทักษิณกับพรรคพวก ถ้ามี คุณสุเทพต้องการหยุดคอรัปชั่นของนักการเมืองฝ่ายรัฐบาล ถ้ามี คำถามคือ โดยผ่านการมอบอำนาจสมบูรณาญาสิทธิ์ให้คุณสุเทพนั่นหรือ (ผู้ฟังปรบมือโห่ร้อง) แล้วถ้าคุณสุเทพคอรัปชั่นล่ะ แล้วถ้าคุณสุเทพกับพรรคประชาธิปัตย์คอรัปชั่นล่ะ แล้วถ้าคุณสุเทพ พรรคประชาธิปัตย์กับกอทัพคอรัปชั่นล่ะ ประชาชนไทยจะหยิบเครื่องมืออะไรไปตรวจสอบคุณสุเทพ เพราะคุณสุเทพรวบอำนาจไว้หมดแล้ว(เสียงปรบมือ)


เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องสำเร็จความอยากทางอำนาจได้ในเวลาอันสั้น เป็นเรื่องที่คนไทยต้องช่วยกันทำ แล้วอย่าคิดว่าคนไทยนอกกรุงเทพออกไปเขาไม่ได้แบ่งแยกระหว่างนักการเมืองดี เลว เขาไม่ได้แบ่งแยกระหว่างคอรัปชั่นไม่คอรัปชั่น เขาแบ่งแยกครับ ผมมีนักศึกษาเพิ่งไปทำวิทยานิพนธ์สัมภาษณ์ชาวบ้านในเขตภาคอีสานมา เขารู้ว่านักการเมืองคนไหนเลวหรือดี เขารู้ว่านักการเมืองคนไหนคอรัปชั่นไม่คอรัปชั่น เพียงแต่เขาไม่อยากไม่เหมือนเรา และถ้าเขาคิดว่าถ้านักการเมืองคนนี้เลวและคอรัปชั่น เขาไม่เลือก เพียงแต่เขาคิดไม่เหมือนเรา(เสียงปรบมือ)

การไม่เริ่มบทสนทนา ไม่ยอมให้เขามีสิทธิมีเสียงมีปากในการคุย แล้วยัดคำนิยามเรื่องดีเลว คอรัปชั่นไม่คอรัปชั่นของคนเมืองใส่เข้าไปในชนบท ไม่เวิร์ค เขาไม่รับ (เสียงปรบมือโห่ร้อง)

เขาคิดได้ ไม่น้อยกว่าเรา เพียงแต่เขาคิดไม่เหมือนเรา การที่เขาคิดไม่เหมือนกับเรา ไม่ได้แปลว่าเขามีความเป็นคนหรือเป็นคนไทยน้อยกว่าเรา ถ้าอันนี้เราไม่รับ ไม่มีทางที่บ้านเมืองจะออกอย่างสันติได้(เสียงปรบมือ)

ยังมีกลไกอะไรในระบบไหมที่จะไปหยุดการ abuse of power ของเสียงข้างมาก คือผมยอมรับว่ากลไกเหล่านี้ด้อยพัฒนา และเท่าที่มีอยู่ตอนนี้ก็สร้างขึ้นโดยคณะรัฐประหาร ที่น่าเศร้าก็คือเพราะมันมีที่มาแบบนั้น ไม่ว่าจะเป็นศาลรัฐธรรมนูญ ป.ป.ช. มันจึงด่างพร้อยและคนไม่เชื่อถือ คำถามคือที่มาก็มีปัญหาว่ามาจากอำนาจเสียงข้างมาก มาจากประชาชนเลือกหรือเปล่า

ดังนั้นเราต้องการไหมกลไกที่จะหยุดทรราชย์ของเสียงข้างมาก หยุดการฉวยใช้อำนาจ เราต้องการ แต่เราต้องสร้างมันขึ้นมาเอง แล้วเชื่อผมเราทำได้ (เสียงปรบมือโห่ร้อง) จำไม่ได้หรือ พ.ร.บ.นิรโทษกรรม เหมาเข่ง ออกมาจากสภาอย่างน่าเกลียดที่สุด มวลชน นปช. ค้าน บรรดานักวิชาการจำนวนมากซึ่งพยายามจะปกป้งประชาธิปไตยค้าน พรรครัฐบาลไม่ฟังผ่านจากสภาออกมา แต่พอมวลชนออกมาเคลื่อนไหวต่อสู้ มันหยุดไหม เสียงข้างมากในสภากล้าไหมล่ะ (เสียงปรบมือโห่ร้อง) เราสามารถอาศัยพื้นที่ในระบอบประชาธิปไตย สามารถอาศัยกลไกที่เรามีในระบอบหยุดมันได้ เพียงแต่ที่น่าเสียใจคือมันเหนื่อยใช่ไหม เราต้องไปชุมนุมกว่าจะหยุดมันได้ ทำไมเราไม่คิดกลไกอื่นๆ ขึ้นมาเพื่อหยุดมัน เช่น ให้มีประชามติแทน ถ้ากฏหมายเฮงซวยแบบนี้ออกมาไม่ต้องไปเดินขบวน ไม่ต้องไปยึดอำนาจ ไม่ต้องไปยึดสถานที่ราชการ ลงประชามติเลยว่ากฏหมายเฮงซวยแบบนี้ กูไม่เอา (เสียงปรบมือโห่ร้อง) บ้านเมืองไม่เสียหาย ไม่ต้องเสี่ยงกับอนาธิปไตย ไม่ต้องมีใครตายฟรีแม้แต่คนเดียว (เสียงปรบมือ) ถ้าเราเดินเส้นทางผิดจะมีคนตายฟรีไปเรื่อยๆ และไม่แก้ปัญหา มันน่าเศร้าที่สุดตรงนี้

ประจักษ์ ก้องกีรติ

พูด ต่อจากอาจารย์เกษียรไม่รู้จะพูดต่ออย่างไร? (ผู้ฟังหัวเราะ ปรบมือ) ผมคิดว่าเราพูดกับผู้ชุมนุมด้วยและพูดกับประชาชนทั้งประเทศ เพราะผมคิดว่า มันไม่ได้หมายความว่าประชาชนที่ไปร่วมชุมนุมกับคุณสุเทพทั้งหมดจะเห็นด้วย กับข้อเสนอของคุณสุเทพทั้งหมด เรายังมีความเชื่อแบบนี้


เราสื่อสารกับคนที่ไปร่วมชุมนุมด้วยเพื่อที่จะชี้ให้เห็นว่า ท้ายสุดแล้วข้อเสนอใดๆ ก็ตามที่เสนอออกมามันไม่มีทางที่จะทำขึ้นได้ ตราบเท่าที่ไม่ได้รับความเห็นชอบและยินยอมพร้อมใจจากประชาชนทั้งประเทศ คุณอาจตั้งขึ้นได้ ตั้งเสร็จแล้วคุณจะอยู่ได้ประมาณ 1-2 สัปดาห์ แล้วจะมีประชาชนจำนวนมากที่เขาไม่ได้มีส่วนร่วมแสดงความคิดเห็นกับสิ่งที่ คุณเสนอขึ้น เขาก็จะออกไปโค่นล้มและล้มล้างสิ่งที่คุณสร้างอยู่ดี เพราะฉะนั้นเพื่อทำให้ข้อเสนอนี้เป็นไปได้ มันก็ต้องดันกลับมาให้สังคมได้ถกเถียงกัน

อย่างไรก็ตาม ผมคิดว่าคนกลุ่มใหญ่ที่สุดที่เราสื่อสารด้วยก็คือกลุ่มคนที่เป็นประชาชนทั้ง สังคม ซึ่งเรายังเชื่อว่าสังคมไทยมีสติ ประชาชนส่วนใหญ่ในสังคมไทยยังมีสติอยู่และพร้อมที่จะรับฟังข้อเสนอที่เป็น ทางออกที่ยังอยู่ในกติกาที่รักษาประชาธิปไตยไว้ และไม่ต้องให้มีใครมาตายฟรีอย่างที่อาจารย์เกษียรเสนออีก (ผู้ฟังปรบมือ)

วรเจตน์  ภาคีรัตน์

ขอพูดประเด็นคอร์รัปชั่นนิดหนึ่ง อาจารย์เกษียรตอบประเด็นนี้ไปก็สมบูรณ์แล้ว แต่คือผมสงสัยว่า เรายังมีประสบการณ์หาคนกลางเข้ามาไม่พออีกหรือประเทศนี้ (ผู้ฟังหัวเราะปรบมือ) เราลืมแล้วหรือว่าก่อน 19 ก.ย.49 เกิดอะไรขึ้น  แล้วข้ออ้างที่ทหารออกมาทำรัฐประหารคืออะไร แล้วหลังรัฐประหารเสร็จแล้วเกิดอะไรขึ้น หลังจากนั้นมันดีขึ้นไหม แล้วงบประมาณลับที่ใช้ไปในการทำรัฐประหารทุกวันนี้มีใครรู้ไหม แล้วจะมีโอกาสได้รู้ไหม เวลาที่เราพูดเรื่องคอร์รัปชั่น มันเป็นปัญหา ไม่มีใครบอกว่าคอร์รัปชั่นเป็นสิ่งที่ดี ทุกคนก็ต่อต้านทั้งนั้น เพียงแต่ว่าวิธีการจัดการกับปัญหานี้คุณทำอย่างไร คุณคิดว่าออกมาเดินแบบนี้ ตั้งสภาประชาชนขึ้นมาเสร็จปุ๊บ ประเทศจะใสสะอาดจากคอร์รัปชั่นกระนั้นหรือ ถ้ามันทำอย่างนั้นได้ ผมคิดว่าเขาทำกันทั้งโลกแล้วครับ (ผู้ฟังปรบมือ) ไม่มีใครใช้กลไกประชาธิปไตยหรือ ที่อดทน รอคอยให้กระบวนการตรวจสอบมันเดิน บางประเทศใช้วิธีนี้ด้วยเวลาเป็น 10 ปี 20 ปี เอาตัวคนที่ทุจริตคอร์รัปชั่นมาลงโทษ มันมีกลไกของมันเอง

ผมจะไม่มีปัญหาเลยถ้าเกิดมีข้อเรียกร้อง เช่น เรียกร้องให้ปฏิรูปโครงสร้างของนักการเมืองให้มีความเป็นประชาธิปไตย ไม่ถูกครอบงำโดยใครคนใดคนหนึ่ง การส่งผู้สมัครรับเลือกตั้ง ประชาชนต้องมีส่วนในการกำหนดผู้สมัครรับเลือกตั้ง อันนี้คือสิ่งที่เราต้องทำให้มันเกิดขึ้น และนี่คือจุดที่ผมว่าไม่ต่างกัน แต่วิธีการที่ทำอยู่มันไม่ทำให้เกิดผลสำเร็จหรอก คุณกำลังเอาอำนาจไปมอบให้ใครก็ไม่รู้ และที่สำคัญ ไม่รู้ด้วยว่าในใจคุณสุเทพคิดอะไรอยู่ ผมนั่งคิดตลอดเวลาว่าเขาคิดอะไรของเขาอยู่ เขาต้องการให้โฉมหน้าประเทศเป็นอย่างไรกันแน่ สมมติว่าการกระทำของเขาสำเร็จ เขาจะเปลี่ยนอะไรบ้าง จริงๆ ผมคิดว่าผมมีคำตอบอยู่ในใจเหมือนกัน แต่ผมไม่แน่ใจในคำตอบนี้และผมว่าคำตอบนี้บางทีอาจจะพูดได้ไม่หมด ผมคิดว่ามีบางอย่างอยู่ในใจซึ่งไม่ใช่อย่างที่เขาบอกว่าเป็นเรื่อง คอร์รัปชั่น มันมีมากกว่านั้นในสภาวการณ์การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทางการเมืองขนาดใหญ่ของ ประเทศนี้ มันมีมากไปกว่านั้นอย่างแน่นอน

ประเด็นที่ถามว่า ถ้าเกิดไปเลือกตั้งแล้วมีการซื้อเสียง ความจริงคุณประวิตรอาจจะลืมถามไปอีกคำถามหนึ่ง เติมให้เลยนะ คือ มีคนจำนวนหนึ่งบอกว่าไม่ไปเลือกตั้ง เพราะจะมีการโกงการเลือกตั้งอีก ได้รัฐบาลโกง มาโกงทั้งโคตรอีก คำถามคือ ประสบการณ์การโกงของแต่ละคนเป็นตัวบ่งชี้ทั้งหมดหรือว่า ประเทศนี้คนทั้งประเทศถูกซื้อเสียงแล้ว ผมว่าถ้าคนทั้งประเทศนี้ถูกซื้อเสียงแล้ว ระดับทุนของอีกฝ่ายหนึ่งมันต้องมากพอจะซื้อได้มากกว่าอย่างแน่ๆ  แต่เพราะมันไม่ได้เป็นอย่างนั้นไงครับ แล้วไม่คิดบ้างหรือว่าประชาชนยืนยันเจตจำนงซ้ำกี่ครั้ง ปี 44 ปี 48 ปี 49 ปี 50 ปี 54 มันซ้ำจนชัดเจนแล้วว่าเขาต้องการอะไร ปัญหาของบ้านเราตอนนี้คือการไม่เคารพเจตจำนงของประชาชน (ผู้ฟังปรบมือ) เราไม่รู้จะเอาอะไรมาพูดเรื่องการโกงการเลือกตั้ง ปี 49 กกต.ไม่เป็นกลาง เอากลไกทางกฎหมายไปจัดการ กกต.แล้วไม่ให้ประกันตัวและออกจากตำแหน่ง จนจะจัดการเลือกตั้งอีกทีก็รู้ว่าผลการเลือกตั้งจะเป็นแบบเดิม จึงรัฐประหารกัน เที่ยวนี้จะเอาอีก คาดหมายว่าผลการเลือกตั้งจะไม่เป็นอย่างที่ตัวเองต้องการ ใช้วิธีการต่างๆ อีก

เป้าหมายที่อยากจะสื่อไปชัดๆ อีกกลุ่มคือ ที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) รวมทั้งแวดวงนักวิชาการทั้งหลาย ถามว่ามองไม่ออกหรือว่าถ้าหากมีสภาประชาชน คนเหล่านี้จะไปนั่งเป็นสมาชิกสภาไหม เป็นกันมากี่ครั้งแล้ว (ผู้ฟังปรบมือ) ผมว่ามันพอได้แล้ว คุณเลิกที่จะบิดตัวหลักวิชาต่างๆ เพื่อสนองต่อตำแหน่งที่คุณจะได้เถอะ

เขาบอกว่าจะสร้างคนกลางขึ้นมา มันไม่มีหรอกคนกลางตอนนี้ มันไม่มีผู้วิเศษที่จะแก้ปัญหานี้ได้ (ผู้ฟังปรบมือ) เราก็ต้องอดทนกันไปแบบนี้แหละ ส่วนคำถามที่ว่าถ้าประชาธิปัตย์ไม่ลงเรื่องตั้ง ถ้าระบบเดินไปจนถึงที่สุดแล้วไม่ลงเลือกตั้งก็เป็นเรื่องของประชาธิปัตย์ (ปรบมือ) ผมคิดว่าจะมีพรรคการเมืองใหม่ๆ มาเป็นทางเลือกให้ประชาชนได้เลือก ถ้าคุณไม่พร้อมจะต่อสู้ในระบอบประชาธิปไตยแบบนี้ ไม่อดทนที่จะเปลี่ยนแปลงให้คุณเป็นเสียงข้างมาก จูงใจคนด้วยนโยบายต่างๆ จูงใจคนด้วยหลักการที่มันถูกต้อง คุณก็ไม่ต้องลงเลือกตั้ง คุณก็หยุดไปปฏิรูปพรรคของคนเสียก่อน (ผู้ฟังปรบมือ) เมื่อมีพรรคการเมืองพรรคหนึ่งไม่ลงเลือกตั้ง คุณทำลายกระบวนการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นแต่พูดอย่างนี้ไม่ได้หมายความว่า ไม่อยากให้ประชาธิปัตย์ลงเลือกตั้งนะ อยากมากๆ เลย อยากเห็นจำนวนของมวลมหาประชาชน (ผู้ฟังปรบมือ)

ส่วนเรื่องทหาร พอดีอาจารย์ธเนศ (อาภรณ์สุวรรณ) ชิงขอบคุณทหารไป ผมว่าสถานกาณณ์เวลานี้เป็นสถานการณ์ที่ไว้วางใจไม่ได้ เรามีประสบการณ์จากปี 49 ตอนนี้มีความพยายามจะให้เกิดเหตุการณ์อย่างนั้นอีก แต่การเกิดขึ้นครั้งนี้ถ้ามันสำเร็จมันจะเปลี่ยนอย่างมาก อย่างที่เราคิดไม่ถึง มันจะไม่เป็นแค่การเปลี่ยนรัฐบาลอย่างปี 49 ถ้าอำนาจหลุดลอยจากมือประชาชนไปเมื่อไร ผมว่าเที่ยวนี้จะได้คืนยาก และการจะได้คืนมาอาจต้องแลกด้วยราคามหาศาลมากๆ ในความเห็นผม ฉะนั้น เราขอให้ทหารเป็นทหาร เกียรติของทหารคือ การเป็นทหารอาชีพ เราเคารพทหารแบบนี้ ทหารปฏิบัติหน้าที่ไป กลไกทางการเมืองยังมีอยู่ แล้วเดินไปอย่างที่เราอธิบาย มันจะไม่มีทางไปสู่ทางตัน พ.ร.ฎ.รักษาการยังอยู่ อีกแค่ 40-50 วันก็จะมีการเลือกตั้ง จะเกิดการแข่งขันกัน ตอนนี้เสนอนโยบายเลย ถ้าพรรคประชาธิปัตย์อยากให้มีสภาประชาชนคุณรณรงค์ทันทีเลยจะแก้รัฐธรรมนูญ ยังไง สภาประชาชนจะมาจากไหน มีบทบาทหน้าที่อย่างไร ให้คนทั้งประเทศร่วมตัดสินใจว่าหลังเลือกตั้งแล้วเราจะมาแก้รัฐธรรมนูญ ขอให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นวาระร่วมกันหลังจากมีการเลือกตั้งแล้ว เกิดกระบวนการแก้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่มีการปฏิรูปในทุกๆ ส่วนอย่างแท้จริง และนั่นคือทางออกทางเดียวของประเทศไทย ไม่มีทางลัด ทางลัดนั้นคือลัดลงเหว (ผู้ฟังปรบมือ)

(ที่มา)
http://www.prachatai.com/journal/2013/12/50333 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น