หน้าเว็บ

วันพฤหัสบดีที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2555

ทำร้ายวรเจตน์ ภาคีรัตน์ คือ “ความป่าเถื่อนต่อการใช้เหตุผล”

ทำร้ายวรเจตน์ ภาคีรัตน์ คือ “ความป่าเถื่อนต่อการใช้เหตุผล”

 

โดยสุรพศ ทวีศักดิ์



เมื่อเราจะร่วมกันสร้างสังคมให้น่าอยู่ หรือสร้างสังคมประชาธิปไตยแบบอารยะ เราจำเป็นต้องปกป้องแม้กระทั่ง“กลุ่มคนที่โดยธรรมชาติแล้วมีความสัมพันธ์ เชิงปฏิปักษ์กับอำนาจ

“ความอยุติธรรมไม่ว่าเกิดขึ้นที่ไหน ย่อมคุกคามความยุติธรรมไปทุกแห่ง”
มาร์ติน ลูเธอร์ คิง
“คนโง่ที่ฉลาดคนไหนก็สามารถสร้างสิ่งใหญ่โต ซับซ้อนและรุนแรงมากขึ้นได้
แต่การกระทำในทางตรงกันข้ามต้องอาศัยอัจฉริยภาพและความกล้าหาญอย่างมากเท่านั้น”
อี.เอฟ. ชูมาเกอร์
“บางครั้งฉันคิดว่าโลกแบ่งเป็นกลุ่ม
คือกลุ่มคนที่มีสายสัมพันธ์อันอบอุ่นกับอำนาจ
กับกลุ่มคนที่โดยธรรมชาติแล้วมีความสัมพันธ์เชิงปฏิปักษ์กับอำนาจ”
อรุณธตี รอย

ความรู้สึกสะเทือนใจ เศร้า หดหู่กับข่าวการทำร้ายร่างกายอาจารย์วรเจตน์ ภาคีรัตน์ ก็มากพออยู่แล้ว แต่ยิ่งรู้สึก “สะเทือนใจ” ยิ่งขึ้นไปอีกเมื่อเห็นข่าวนักวิชาการรุ่นใหญ่ อดีตคนเดือนตุลาและเป็นอธิการบดีมหาวิทยาลัยเอกชนชั้นนำ ออกมาแสดงความเห็นว่า

 “...เรื่องดังกล่าวน่าจะเกิดจากความขัดแย้งของสังคม อัน เนื่องมาจากการแสดงความคิดเห็น ดังนั้น การที่นักวิชาการจะเสนอความเห็นต่างๆ จะต้องระมัดระวัง เพราะอาจจะกระทบกับอารมณ์ความรู้สึกของคนในสังคมได้ และอาจนำมาซึ่งความขัดแย้ง”

แต่กลับไม่มีคำเตือนสื่อ นักวิชาการที่โจมตี ใส่ร้ายด้วยความเท็จต่างๆ นานาว่า อาจารย์วรเจตน์และกลุ่มนิติราษฎร์ “ล้มเจ้า” เพื่อปลุกกระแสความขัดแย้งในสังคม 

ผมไม่อยากสรุปว่า คนที่ออกมาเตือนแบบนี้ต้องการให้ “เหตุผลเงียบ” แต่เท่าที่ติดตามการแสดงความเห็นของอาจารย์วรเจตน์ ผมประทับใจมากว่า อาจารย์เป็นคนที่หนักแน่นในหลักการเหตุผล มีสติในการใช้คำพูด ไม่หลุดไปจากหลักการเหตุผลเลย ไม่เคยเห็นอาจารย์ด่า ท้าทายใครๆ ในลักษณะ “ใช้อารมณ์เหนือเหตุผล” 
  
(อ่านต่อ)
http://www.prachatai.com/journal/2012/03/39477

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น