หน้าเว็บ

วันอังคารที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

ถ้าต้องการ “ปฏิรูปประเทศ” จริง ต้องไม่ “บีบบังคับ”

ถ้าต้องการ “ปฏิรูปประเทศ” จริง ต้องไม่ “บีบบังคับ”




โดย นักปรัชญาชายขอบ


การเสนอ "ปฏิรูปประเทศ" แบบที่ทำกันอยู่นี้ไม่มี "ความชอบธรรม" เพราะ...


1. ไม่มีพิมพ์เขียวที่ชัดเจน มีเพียงข้อเสนอที่ไม่แน่ชัดว่าเป็นเอกภาพหรือไม่ ระหว่าง ปชป.และ พธม.เดิม ที่ว่าให้ รบ.ยิ่งลักษณ์ยุบสภา แล้วถวายคืนพระราชอำนาจ งดการเลือกตั้งสัก 2-3 ปี มีนายกพระราชทานและจัดการให้ประชาชนปฏิรูปประเทศ แต่ก็มีข้อเสนออีก เช่นว่า ล้างระบอบทักษิณ ให้ตระกูลชินวัตรออกไปจากการเมือง หรือนอกประเทศทั้งหมด ต้องปกครองด้วย “ระบอบกษัตริย์สมบูรณ์แบบ” จึงไม่รู้ว่าจะเอาอย่างไรกันแน่

2. ใช้วิธีบีบบังคับให้เสียงข้างมากยอมรับ ด้วยการก่อม็อบยึดสถานที่ราชการ

3. กลุ่มที่เสนอเป็น "เสียงข้างน้อยกลุ่มเดิม" ที่อ้างสถาบันกษัตริย์ต่อสู้ทางการเมือง แพ้การเลือกตั้ง เรียกร้องให้ทหารทำ รปห. และเรียกร้องให้เสียงข้างมากยอมรับนิติรัฐ นิติธรรม และองค์กรที่มาจาก รปห.

ทางออกที่ควรจะเป็น ต้องเสนอแนวทางปฏิรูปประเทศเป็น “พิมพ์เขียว” ให้ประชาชนลงประชามติ อาจจะมีมากกว่า 1 พิมพ์เขียว เช่น

กลุ่มเสียงข้างน้อย (พธม., ปชป. และ ฯลฯ) เสนอไปเลยว่าจะถวายคืนพระราชอำนาจ ขอนายกพระราชทาน การเลือกตั้งแบบ 70-30 การปกครองระบบกษัตริย์สมบูรณ์แบบ ฯลฯ
ส่วนอีกฝ่าย (หรือกลุ่มอื่นๆ) เสนอไปเลยว่า ต้องการปฏิรูปประเทศให้ประชาชนมีสิทธิตรวจสอบสถาบันกษัตริย์และนักการเมือง ได้ในมาตรฐานเดียวกัน, เป็นรัฐสวัสดิการ หรือ ฯลฯ
แล้วให้ประชาชนทั้งประเทศลงประชามติว่าจะรับพิมพ์เขียวใด
ไม่ใช่ก่อม็อบบีบบังคับให้เสียงข้างมากยอมรับการปฏิรูปประเทศตามความต้องการและเงื่อนไขของเสียงส่วนน้อยดังที่กำลังทำอยู่ขณะนี้

วิธีเสนอพิมพ์เขียวให้ประชาชนลงประชามติเป็นวิถีทางประชาธิปไตย แฟร์แก่ทุกฝ่าย ถ้าใช้วิถีทางนี้ไปสู่การปฏิรูปประเทศ ย่อมได้ชื่อว่าเราเริ่มปฏิรูปจริงๆ แล้วคือ ปฏิรูปตั้งแต่ “วิธีการต่อสู้ทางการเมืองที่เป็นประชาธิปไตย โดยใช้เหตุผลอย่างอารยะ และสันติจริง”

(ที่มา)
http://www.prachatai.com/journal/2013/11/49985 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น