หน้าเว็บ

วันพฤหัสบดีที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

4 เรื่องที่ไม่เกี่ยวกันเลย

4 เรื่องที่ไม่เกี่ยวกันเลย

1........



อีกฉากหนึ่งใน 12 Angry Men ที่น่าจดจำเอามากๆ คือ ลูกขุนหมายเลข 8 เฮนรี ฟอนดา หลอกล่อจนลูกขุนขี้โมโหรายหนึ่งตะโกนออกมาว่า "ฉันจะฆ่าแก!"   เขาทำแบบนี้เพื่อพิสูจน์ว่า คนเราบางครั้งก็พูดจารุนแรงเกินกว่าเหตุ โดยไม่ได้หมายความตามนั้นทุกตัวอักษร

มีเรื่องตลกเล่าว่า สมัยก่อนเวลาส่งเพจเจอร์ เจ้าพนักงานส่งข้อความไม่ได้รับอนุญาตให้ส่งข้อความหยาบคาย ดังนั้นถ้าเราส่งคำผรุสวาทไปตามสาย มันจะถูกแปลงสารจนกลายเป็นคำสุภาพ   เพื่อนคนหนึ่งมายืนรอเพื่อนอีกคนที่นัดไว้หนึ่งชั่วโมงเต็มๆ  พอเพื่อนส่งข้อความมาว่าขอให้รอไปก่อนอีกสักครึ่งชั่วโมง   ด้วยความโมโห เพื่อนคนที่รอ โทรศัพท์ไปศูนย์บริการเพจเจอร์ และบอกพนักงานให้ส่งข้อความถึงเพื่อนว่า "เดี๋ยวมึงตาย!"

สักพักก็มีข้อความส่งถึงเพื่อนที่มาสายว่า "อีกประเดี๋ยวท่านจะเสียชีวิต"
เป็น เรื่องปรกติที่เราจะพูดจาข่มขู่รุนแรงหรือสาปแช่ง โดยไม่ได้หมายความตามนั้นทุกตัวอักษร   แต่คำพูดที่ตามมาจะเป็นตัวชี้วัด ความหมายที่แท้จริงของเรา   เช่น ฝรั่งมีสำนวน "I didn't mean it." หมายถึงที่พูดไปตะกี้ ไม่ได้หมายความอย่างที่คุณเข้าใจนะ   ส่วนคนไทยก็อาจใช้วิธีง่ายๆ อย่าง "ขอโทษ" "ขอโทษค่ะ ไม่ได้หมายความอย่างนั้น"

แต่แน่นอนว่าถ้าฝ่ายที่พูดจาข่มขู่ หรือสาปแช่ง ไม่ยอมออกมาขอโทษ หรืออธิบายตัวเองเลย ก็เป็นสิทธิของสังคมเหมือนกันที่จะตีความคำพูดของฝ่ายนั้นตามตัวอักษร 

2......




สมัยที่มาราย แครีโด่งดังสุดๆ  เธอก็เหมือนดีวาส่วนใหญ่คือเป็นนักร้องเจ้าปัญหา และหนึ่งในพฤติกรรมที่อื้อฉาวที่สุด คือพอเห็นภาพเด็กยากจนในแอฟริกา มารายรำพึงออกมาว่า "อิจฉาเด็กพวกนั้นจัง พวกเขาผอมได้เอง โดยไม่ต้องเข้าโปรแกรมลดความอ้วน"

เท่านั้นแหละ หนังสือพิมพ์ นิตยสาร รายการโทรทัศน์แทบทุกสื่อออกมารุมประณามเธอ (น่าคิดว่าถ้าสมัยนั้นมี meme หรือ facebook มารายจะยิ่งเละกว่าที่เป็นอยู่แค่ไหน)
คำพูดบางคำนั้น คิดในใจได้ พูดกันเองในหมู่เพื่อนฝูงได้ แต่ถ้าเป็นคนธรรมดา ออกมาพูดในที่สาธารณะ สมควรจะโดนด่า และยิ่งถ้าเป็นบุคคลดัง พูดเช่นนั้นออกสื่อ ก็ยิ่งสมควรถูกด่าให้หนัก (ไม่นับว่าคนดังบางคนมีสถานะมากกว่าแค่นักร้อง แต่เป็นถึง "บุคคลตัวอย่างทางด้านศาสนา"ด้วยแล้ว)
กรณีมารายนั้น เธอออกมากล่าวขอโทษในภายหลัง ทำให้เรื่องนี้เงียบไป แต่หลังจากนั้นไม่นาน ชื่อเสียงของเธอก็ซาลง จนต้องหายหน้าไปจากวงการ

3.....


มีอีกเรื่องตลกๆ เกี่ยวกับคำพูด   เรารู้ว่าคนคือผู้ให้กำเนิดคำ แต่บางครั้งในทางตรงกันข้ามคำก็เป็นฝ่ายให้กำเนิดคนได้เหมือนกัน

ต้นปีที่แล้ว เมื่อกลุ่มนาวิกโยธินบุกสังหารโอซามา บินลาเดน จนประสบความสำเร็จในภารกิจจับตาย   มีการเฉลิมฉลองใหญ่ทั่วประเทศ   ขณะเดียวกันก็มีประชาชนชาวอเมริกันบางกลุ่มไม่เห็นด้วยกับงานเฉลิมฉลองดัง กล่าว   ปฏิกริยาบน social network ให้กำเนิดคำพูด "ถึงแม้ฉันจะร่ำไห้กับการสูญเสียชีวิตผู้บริสุทธิ์นับพัน แต่ฉันจะไม่มีวันยินดีปรีดากับความตายของศัตรูแม้เพียงคนเดียว"

ที่ตลกคือ คนส่วนใหญ่เข้าใจผิดว่าคำพูดนี้เป็นของมาร์ติน ลูเธอร์ คิง นักเทศน์และนักต่อสู้เพื่อสิทธิชาวแอฟริกันอเมริกัน หนึ่งในบุคคลอันเป็นที่รักที่สุดในประวัติศาสตร์ของประเทศอเมริกา   ภายหลังเหตุการณ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์ออกสืบค้นจนแน่ใจแล้วว่าคิงไม่เคยกล่าวคำนี้

อย่างไรก็ดี ผู้เชี่ยวชาญทุกคนลงความเห็นตรงกันว่า คำพูดนี้ไม่ได้ผิดเพี้ยนไปจากคำพูดอื่นๆ หรือสิ่งที่คิงพร่ำสอนมวลชนของเขา และแม้ดร. คิงไม่เคยเอ่ยคำนี้ แต่ก็จินตนาการท่านเอ่ยมันออกมาได้ไม่ยาก

4.....






เป็นเรื่องประหลาดมาก ราวกับสังคมไทยจะแยกไม่ออกจริงๆ อะไรคือความเห็นทางการเมือง  อะไรคือคำพูดที่เอ่ยออกมาอย่างไร้มนุษยธรรม ขัดสิทธิมนุษยชน (หรือถ้าใช้ภาษาแบบจารีต ผิดศีลข้อมุสา)
บางคำพูดที่เอ่ยออกมาโดยปราศจากคำขอโทษ สมควรถูกประณาม และแน่นอนว่าการประณามตอบโต้ที่รุนแรงเกินไป ก็เป็นสิ่งที่ไม่สมควรกระทำอีกเช่นกัน

ถ้าคุณรู้สึกเจ็บหัวใจ เหลือเกิน กับการที่ดาราสาวถูกชาวบ้านขับไล่เพราะคำพูด (ที่เจ้าตัวยอมรับว่าเอ่ยออกมา และจนถึงตอนนี้ ก็ยังไม่มีคำขอโทษ) ก็ได้แต่หวังว่าคุณจะแสดงอาการแบบเดียวกัน กับผู้เฒ่าคนหนึ่งที่ถูกตัดสินจำคุกยี่สิบปี จนเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็ง เพราะคำพูด (ที่อาจจะเอ่ย หรือไม่เอ่ยออกมา) ของเขาเช่นกัน

(ที่มา)

http://www.prachatai.com/journal/2012/05/40507

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น